“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมคว้าแชมป์แรกของฤดูกาลได้สำเร็จแล้ว หลังจากสู่กับ เชลซี ถึงฎีกาดวลจุดโทษ ก่อนชนะไป 4-3 ประตู ศึกฟุตบอล คาราบาวคัพ 2018-19 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์
คู่นี้เจอกันในลีกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แมนฯ ซิตี้ ถล่มไป 6-0 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ จัดทัพใหญ่นำโดย เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์กิโอ้ อากูเอโร่, ดาบิด ซิลบา
ส่วนเชลซี ของ มาริซิโอ ซาร์รี่ จัด เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, เอแมร์สัน, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เปโดร โรดริเกวซ, เอแด็น อาซาร์ และวิลเลี่ยน ลงต่อกร
ตลอด 90 นาที และต่อเวลาพิเศษ 120 นาที เชลซี เล่นได้อย่างเหนียวแน่น ยังเสมอกันอยู่ 0-0
โดยในช่วงนาทีสุดท้ายของการต่อเวลาพิเศษ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า มีอาการเจ็บ ทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือใหญ่ของเชลซี ตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยจะส่ง วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงไปเพื่อเซฟจุดโทษชี้ชะตาหาแชมป์ แต่ปรากฎว่า นายด่านชาวสเปน เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ไม่ยอมให้เปลี่ยนตัวออกตามคำสั่งของเจ้านายใหญ่ และชี้แจงมาจากในสนามว่า เล่นต่อไหว ทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถึงกับฉุนขาด แต่ได้ปล่อยให้ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า เฝ้าเสาต่อไปจนถึงการดวลจุดโทษ โดยที่ภาพของ ซาร์รี่ ที่คุมลูกทีมไม่อยู่ ลูกทีมไม่เชื่อฟังออกไปทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสด จนเชื่อกันว่า อนาคตของ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า กับทีมเชลซี น่าจะหมดลงแล้วหากว่ายังมี เมาริซิโอ ซาร์รี่ นั่งแท่นผู้จัดการทีมอยู่
สำหรับผลการดวลจุดโทษ ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ ชนะไป 4-3 ประตู คว้าแชมป์ไปครอง






