“บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการแถลงข่าวการแข่งขันตะกร้อหญิงชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยเกียรติยศ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 โดยมี นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด, นายณกุล นาคะสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายดิจิตัล มีเดีย และโปรดักชั่น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน), นางวรัญญา ชีพเมืองปัก ผู้จัดการฝ่ายขายกิจกรรมพิเศษ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด และนายธีระ โพธิ์พานิช ที่ปรึกษาศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ร่วมด้วยที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ บ้านอัมพวัน ถนนศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม
พล.ต.จารึก กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จะเริ่มแข่งขันช่วงวันที่ 3-7 เมษายน ที่ห้องไอส์แลนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เพื่อเป็นการสร้างและพัฒนานักกีฬาตะกร้อหญิงให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ผ่านมามีจำนวนลดน้อยลงไป รวมทั้งเพื่อเฟ้นหานักกีฬาตะกร้อดาวรุ่งหญิงหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพให้กับทีมชาติในอนาคตต่อไป
สำหรับการแข่งขันจะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 89 ทีม แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1.เซปักตะกร้อหญิงทีมเดี่ยว 4 คน จำนวน 12 ทีม มี 3 รุ่น คือ รุ่นไม่เกิน 13 ปี, รุ่นไม่เกิน 15 ปี, รุ่นไม่เกิน 17 ปี, 2.เซปักตะกร้อหญิงทีมเดี่ยว 3 คน จำนวน 55 ทีม มี 3 รุ่น คือ รุ่นไม่เกิน 13 ปี, รุ่นไม่เกิน 15 ปี, รุ่นไม่เกิน 17 ปี, 3.เซปักตะกร้อคู่หญิงทีมเดี่ยว 2 คน จำนวน 18 ทีม มี 3 รุ่น คือ รุ่นไม่เกิน 13 ปี, รุ่นไม่เกิน 15 ปี, รุ่นไม่เกิน 17 ปี และ 4.ตะกร้อลอดห่วงสากลหญิงประชาชนทั่วไป จำนวน 4 ทีม
พิธีเปิดการแข่งขันวันพุธที่ 3 เมษายน เวลา 15.00 น. โดยมี พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล เป็นประธานในพิธีเปิด และ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันวันที่ 7 เมษายน เวลา 16.00 น. พร้อมมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศตามลำดับ
พล.ต.จารึก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคมนี้ ตะกร้อบรรจุชิงชัยทั้งหมด 6 อีเวนต์ แต่ทางเจ้าภาพกำหนดให้ไทยส่งเข้าร่วมได้เพียง 3 อีเวนต์เท่านั้น ซึ่งก็ไม่เป็นไร และเราก็จะส่งประเภทชาย 2 อีเวนต์ และประเภทหญิงอีก 1 อีเวนต์ แต่เราก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะเอาทั้งหมด 3 เหรียญทอง ส่วนอีเวนต์อื่นที่เหลือก็ให้ชาติอื่นเขาไปสู้กันเอง นอกจากนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตะกร้อไทยเราแสดงให้เห็นว่า เราเป็นอันดับ 1 มาโดยตลอด และก็อยากที่จะรักษาต่อไปให้ได้
“ตราบใดที่ผมยังอยู่ผมจะรักษาความยิ่งใหญ่ของตะกร้อไทยเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่อง และจะรักษาความเป็นอันดับ 1 ต่อไป ซึ่งคงต้องฝากกรรมการบริการสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ทุกคนให้ช่วยกันรักษาสิ่งที่ผมได้ทำมาตลอด 30 ปีทั้งการพัฒนานักกีฬาตะกร้อ การหาเงิน และการสร้างศูนย์ฝึกตะกร้อแห่งชาติให้คงอยู่ตลอดไป” พล.ต.จารึก กล่าวปิดท้าย


