นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายจัดการแข่งขัน เป็นประธานในการประชุมเพื่อวางแผนการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยมีฝ่ายจัดการแข่งขันสมาคมฯ, ตัวแทนจากบริษัท ไทยลีก จำกัด และตัวแทนจาก แพลนบี ร่วมประชุม
ภายหลังการประชุม นายศุภสิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ที่มีแนวทางจะไปจัดยังต่างจังหวัด เนื่องจากว่าราชมังคลากีฬาสถาน มีการปรับปรุงสนามเพื่อรองรอบการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ในปีหน้า ก่อนจะมีมติให้สนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47
“ในส่วนของช้าง อารีนา มีความพร้อมในการจุถึง 32,600 ที่นั่ง มีสนามซ้อมที่เพียงพอ นอกจากนี้ความพิเศษจะอยู่ที่การเชิญแฟนบอลในโซนภาคอีสานมาสัมผัสกับบรรยากาศการแข่งขันของทีมชาติไทย ซึ่งเราจะทำการแข่งขันในวันที่ 5 และวันที่ 8 มิถุนายน เรื่องของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ตอนนี้ที่ตอบตกลงมาเเล้วคือ ทีมชาติอินเดียและทีมชาติเวียดนาม ส่วนอีกหนึ่งทีมรอคำตอบเร็วๆนี้ แต่ทั้ง 3 ทีมมีแรงกิ้งที่สูงกว่าทีมชาติไทยแน่นอน และสูงกว่า 100 แน่นอน”
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 ทุกนัด จะได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ให้เป็นระดับเอ แมตช์ มีผลต่อการคำนวนคะแนนฟีฟ่า แรงค์กิ้ง และจะถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 ทุกนัด

