“ศูนย์ฝึกฟุตบอล” รากฐานสำคัญสู่การพัฒนานักเตะ

6.04.19 | 18:10 น.

ว่ากันว่าหากคนไทยอยากจะเห็นทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกในชาตินี้ สิ่งที่ต้องทำก็คือการพัฒนาฟุตบอลจากขั้นพื้นฐาน

แต่ปัจจุบัน ประเทศไทยนั้นมีศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติแค่ที่เดียวเท่านั้นก็คือ “ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ซึ่งถ้าหากใครเคยได้เข้าไปชมถือว่าเป็นสถานที่ที่เพียบพร้อมต่อการเก็บตัว เพียงแต่ปัญหาหลักที่เคยเจอก็คือถ้าหากทีมชาติไทยทุกชุด ต้องเข้าเก็บตัวพร้อมกัน เหมือนช่วงฟีฟ่าเดย์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สนามซ้อมและที่พักจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ที่เคยเข้าไปเจอนั้น ศูนย์ดังกล่าวต้องรองรับทีมชาติไทย ทีมชายตั้งแต่ชุดเล็กยู-14, ยู-19 ไปจนถึงชุดยู-23 ปี แถมยังมีทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่เก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ด้วยเช่นกัน เรียกว่าเข้าไปทีเห็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยหนาแน่นเลยทีเดียว

และจากปัญหาดังกล่าว ก็ทำให้ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ม.กรุงเทพธนบุรีนั้น ไม่เพียงพอในการดำเนินการกิจกรรมฟุตบอลรากหญ้า ที่จะเป็นรากฐานการผลิตนักฟตุบอลในระดับเยาวชนได้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยอีกด้วย

Advertisement

ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มี “แผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติระยะยาว 20 ปี” โดยเน้นการวางรากฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อนำไปสู่การพัฒนาฟุตบอลไทยในทุกๆ ระดับอย่างมีระบบและยั่งยืน ดังนั้นการมีศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่จะเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาบุคลากรฟุตบอล ทั้งการผลิตนักกีฬาฟุตบอลและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมชาติไทย การฝึกอบรมผู้ฝึกสอน การพัฒนาผู้ตัดสิน รวมถึงนักเวชศาสตร์และวิทยาศาสตร์การกีฬา

เมื่อเร็วๆ นี้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ฝึกฟุตบอล เจ วิลเลจ เมืองฟุคุชิมะ และไซตามะ สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาเป็นต้นแบบในการปรับปรุง ตลอดจนสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอล และสนามฟุตบอลแห่งใหม่ ให้เกิดการกระจายสู่ทุกภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย

แผนงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คือการขอใช้พื้นที่ภายในศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จ.สระบุรี นำมาปรับปรุงเพื่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปให้ครบเพื่อจะได้เป็นศูนย์พัฒนาที่จะผลิตนักฟุตบอลจากทั่วประเทศได้อีกด้วย

สิ่งที่ “ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ” จะต้องมีนั้น ต้องประกอบไปด้วย สนามหญ้าธรรมชาติ (มากกว่า 1 สนาม) ขนาดมาตรฐาน 68×105 เมตร, สนามหญ้าเทียมขนาดมาตรฐาน, สนามซ้อมในร่มขนาดมาตรฐาน, ห้องฟิตเนส และลู่วิ่ง สำหรับฟื้นฟูร่างกายนักกีฬา ห้องพักนักกีฬาที่มีคุณภาพ ห้องอาหารสำหรับนักกีฬา ห้องพยาบาล ห้องประชุมต่างๆ และการเดินทางสะดวกและปลอดภัย ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมหานคร โดยรถยนต์ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

งบประมาณที่นำมาใช้นั้น จะมีทั้งจากสปอนเซอร์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ งบสนับสนุนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ตามโครงการ FIFA Forward 2.0 เป็นจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 63 ล้านบาท) ซึ่งงบประมาณนี้ฟีฟ่าให้มาเพื่อใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หรือสาธารณูปโภคด้านฟุตบอลต่างๆ ไม่ว่าจะบนที่ดินของรัฐหรือเอกชน โดยมีระยะเวลาการครอบครองตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

ถ้าหากศูนย์ฝึกฟุตบอลที่มวกเหล็ก สามารถทำได้ตามแผนการที่วางไว้ ก็จะถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญสำหรับการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย และคงได้เห็นศูนย์อื่นๆ ผุดขึ้นมาอย่างแน่นอน