เผยโปรแกรมชิงชัยโอลิมปิก 2020 – ยิงปืนทองแรก – พิธีเปิด 24 ก.ค.ปีหน้า

18.04.19 | 14:21 น.

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซีเมมเบอร์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เผยโปรแกรม “โตเกียวเกมส์ 2020” ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม- 9 สิงหาคมปีหน้า ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นจากพิธีเปิด วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2020 เวลาท้องถิ่น 20.00 น. โดยฟุตบอล และ ซอฟท์บอลหญิง จะเริ่มต้นแข่งขันก่อนพิธีเปิด 2 วัน ส่วนยิงธนู และเรือพาย จะเริ่มในวันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่เหรียญทองแรกของโอลิมปิกครั้งนี้คือ ยิงปืน ประเภทปืนยาวอัดลม 10 เมตรหญิง ในวันที่ 25 กรกฎาคม และในวันดังกล่าว จะเริ่มมีการแข่งขันชิงเหรียญทองอื่น ๆ อีกด้วย คือ ยิงธนู, ฟันดาบ, ยูโด, เทควันโด, ยกน้ำหนัก และจักรยานถนนชาย โดยแต่เดิม เทควันโด จะแข่งขันในช่วงท้ายของโอลิมปิก แต่โตเกียวเกมส์ 2020 เปลี่ยนเทควันโดมาแข่งขันในช่วงต้นมหกรรมแทน

ขณะที่ว่ายน้ำ ที่โตเกียว อะควอติก เซนเตอร์ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม-2 สิงหาคม ซึ่งรอบชิงชนะเลิศแต่ละวัน จะแข่งขันในช่วงเช้าของญี่ปุ่น หลังจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ หรือ ฟีน่า และไอโอซี รวมถึง เอ็นบีซี เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอด เห็นชอบร่วมกัน ที่จะให้การแข่งขันที่ญี่ปุ่น ไปตรงกับช่วงไพรม์ไทม์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ในการรับชม ส่วนวอลเลย์บอลหญิง เริ่มออกสตาร์ท ในวันที่ 26 กรกฎาคม

ไฮไลต์กีฬาที่น่าสนใจของโอลิมปิก 2020 จะถูกจัดวางไว้ในช่วงเสาร์และอาทิตย์ เริ่มจากวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม จะมีชิง 21 เหรียญทอง ในจำนวนนี้มีแบดมินตัน หญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ด้วย ส่วนวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม มีชิง 26 เหรียญทอง ไม่ว่าจะเป็น มาราธอนหญิง, ยิมนาสติกชาย และหญิง เทนนิสชาย รอบชิงชนะเลิศ, ว่ายน้ำ และแบดมินตันชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ด้านกรีฑา จะเริ่มแข่งขันวันที่ 31 กรกฎาคม

“ส่วนกีฬามวย ถูกวางโปรแกรมอย่างไม่เป็นทางการไว้ก่อน ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม-9 สิงหาคม ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาของไอโอซี อีกครั้งว่าจะดำเนินแก้ปัญหาอย่างไรกับกีฬานี้”
วันที่มีการชิงชัยเหรียญทองมากที่สุด คือ วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันรองสุดท้าย ชิงถึง 30 เหรียญทอง เช่น บาสเกตบอลชาย รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชาย รอบชิงชนะเลิศ เบสบอล รอบชิงชนะเลิศ เป็นต้น ส่วนวันสุดท้าย วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม จะมีการแข่งขันมาราธอนชาย และ โปโลน้ำชาย รอบชิงชนะเลิศ เพียง 2 เหรียญทอง