สุดาพร “แต้ว” สีสอนดี นักชกความหวังของทีมหญิงไทย ตกรอบจากการแข่งขันมวยสากลประชาชน (ชาย-หญิง) ชิงแชมป์แห่งทวีปเอเชีย ค.ศ.2019 รอบก่อนรองชนะเลิศ รุ่น 60 กิโลกรัมหญิงไปอย่างน่าเสียดาย ในการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่อินดอร์สเตเดียม สนามกีฬาหัวหมาก กทม. เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา
สุดาพรขึ้นชกเป็นครั้งแรกในรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 คนสุดท้าย พบกับ หยัง เวิน ลิ่ว (จีน) ตลอดการชกสุดาพรเป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าต่อย แต่ยิงหมัดได้ไม่ดีเท่าที่ควร ขณะที่สาวจีนปักหลักระยะห่าง แล้วโยกตัวต่อยตอบโต้เป็นระยะ หลายจังหวะที่สุดาพรต่อยซ้ายเข้าเป้า แต่สาวจีนก็แก้เกมด้วยการรัวหมัดชุดใส่คืน แต่น้ำหนักหมัดไม่ระคายสาวไทย
สิ้นสุดการชกปรากฏว่า กรรมการตัดสินให้สาวจีนเป็นฝ่ายชนะ 3-2 คะแนนรวม โดยกรรมการจากจอร์แดน, สก็อตแลนด์ให้จีนชนะ 29-28 คะแนนเท่ากัน และกรรมการจากอิหร่านให้เสมอกัน 28-28 คะแนน แต่ให้สาวจีนเหนือกว่าด้านจำนวนหมัด จึงเป็นผู้ชนะไป ทางด้านกรรมการจาก เกาหลีเหนือ, ญี่ปุ่นให้สุดาพรเป็นฝ่ายชนะ 29-28 คะแนนเท่ากัน
หลังจากเป็นฝ่ายปราชัย สุดาพรให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า เสียดายที่ตกรอบเร็วเกินไป ทั้งที่มั่นใจว่า วันนี้ตัวเองชกได้ดีกว่าสาวจีน และน่าเป็นฝ่ายชนะก็ตาม ขณะที่ ฮวน ฟอนตาเนียล หัวหน้าโค้ชทีมไทยยอมรับว่า ผิดหวังมากที่ผลการตัดสินปรากฏออกมาอย่างนี้ ขณะที่ตนเองคิดว่า สุดาพรชกได้ดีกว่า และน่าเป็นผู้ชนะในไฟต์นี้
สำหรับผลการแข่งขันของนักมวยไทยอีกคนหนึ่ง ปรากฏว่า รุตชการณ์ จันทร์ตรง เอาชนะคะแนน อัชกาน ราซาอี (อิหร่าน) ได้แบบขาดลอย 5-0 คะแนนรวม รุตชการณ์เข้ารอบรองชนะเลิศไปตัดเชือกกับ ศิวะ ทาปา (อินเดีย) ซุปเปอร์สตาร์ของวงการมวยอินเดีย ซึ่งเป็นตัวเก็งเต็งสองของรุ่นนี้ต่อไป
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยและประธานฝ่ายเทคนิกเปิดเผยว่า ผลงานของนักมวยไทยในการชิงแชมป์เอเชียรายการนี้ ไม่น่าพอใจเท่าใดนัก โดยทีมชายยังมีความหวังจากนักชกรุ่นเดิมๆ ยังไม่มีความหวังชัดเจนจากนักมวยรุ่นใหม่ ส่วนทีมหญิงนั้น ดีขึ้นน่าพอใจแต่ก็ยังต้องดูการยืนระยะ รักษามาตรฐานให้เสมอต้นเสมอปลายมากกว่านี้
“จากภาพรวมนั้น ผมยังหนักใจกับมาตรฐานของผู้ตัดสิน ที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย ผลการตัดสินยังแกว่งๆ มากจริงๆ” นายสมชายกล่าวสั้นๆ ส่งท้าย


