‘เพาะกายไทย’ เน้นนโยบายคุมเข้มนักกีฬา ‘ไร้น้ำยา(โด๊ป)’ เฟ้นตัวทีมชาติลุย3ศึกใหญ่ ‘อาเซียน-เอเชีย-โลก’ รอบปี2562

26.04.19 | 14:06 น.

นายศุกรีย์สุภาวรีกุลนายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยเป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2561 ของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสฯโดยมีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมจำนวน30 สโมสรพร้อมกับมีการคัดเลือกตัวนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทีมชาติไทยประจำปี2562 ที่ห้องเอเวอร์กรีนโรงแรมอเล็กซานเดอร์รามคำแหงกรุงเทพฯเมื่อวันที่26 เมษายน

นายศุกรีย์กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการรายงานผลการดำเนินงานในรอบปี2561 ที่ผ่านมาให้กับสโมสรสมาชิกที่มาเข้าร่วมการประชุมได้รับทราบซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สมาคมได้มีโอกาสได้พบปะกับสมาชิกและได้แลกเปลี่ยนในเรื่องกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำมาตลอดรอบปีที่ผ่านมารวมถึงชี้แจงแผนการดำเนินงานในปี2562 นี้ว่าเราจะเตรียมการดำเนินงานในส่วนใดบ้าง

นายศุกรีย์กล่าวอีกว่าสาระที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือการพูดคุยถึงนโยบายการป้องกันการใช้สารต้องห้ามซึ่งปีนี้สมาคมให้ความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะโครงการเพาะกายไทยไร้น้ำยา(โด๊ป)” ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักรวมทั้งในการคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติไทยประจำปีนี้เราก็จะมีการประกาศใช้เรื่องนี้อย่างเป็นทางการโดยเชื่อว่านโยบายเรื่องนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้นักกีฬาของเราได้มีเข้าใจและตระหนักรู้เรื่องการห้ามใช้สารต้องห้าม

ในการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติวันนี้เราจะบอกกติกากับทุกคนก่อนว่านักกีฬาจะต้องมีความพร้อมให้สมาคมทำการตรวจสารต้องห้ามในช่วงที่รับใช้ทีมชาติอยู่ตลอดเวลาซึ่งวัตถุประสงค์หลักคือเราต้องการให้นักกีฬาตระหนักรู้ถึงพิษภัยจากการใช้สารต้องห้ามและเชื่อว่านักกีฬาทุกคนก็เข้าใจเจตนารมณ์ของสมาคมเป็นอย่างดีตรงนี้จะเป็นต้นแบบให้นักกีฬาอื่นๆได้รับรู้รับทราบในเรื่องนี้ด้วยเนื่องจากนโยบายของเราให้ความสำคัญกับเรื่องการปลอดสารต้องห้ามเราอยากทำให้เพาะกายเป็นกีฬาที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยและช่วยสร้างเสริมสุขภาพจริงๆนายศุกรีย์กล่าว

นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสฯกล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับโปรแกรมการแข่งขันในปี2562 สมาคมวางเป้าหมายหลักไว้3 รายการคือเพาะกายชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศพม่าช่วงเดือนพฤษภาคมนี้, เพาะกายชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศจีนช่วงเดือนกันยายนและเพาะกายชิงแชมป์โลกที่ประเทศเกาหลีใต้ช่วงเดือนพฤษจิกายนซึ่งตนเองเตรียมจะเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อประชุมร่วมกับเจ้าภาพในการเตรียมความพร้อมขณะเดียวกันก็จะนำบริบทที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพชิงแชมป์โลกถึง4 ครั้งไปพูดคุยให้เกาหลีใต้ดูเป็นตัวอย่างเพราะไทยเราเองถือเป็น1 ใน3 ประเทศในโลกที่มีความแข็งแกร่งในกีฬาเพาะกายและฟิตเนสอีกทั้งปัจจุบันกระแสของกีฬาเพาะกายก็มีความตื่นตัวอย่างมากทั้งในเอเชียและยุโรป

Advertisement