“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2562 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยมีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมด้วยที่โรงแรมอัลมิรอซ ซอยรามคำแหง 5 เมื่อวันที่ 29 เมษายน
สำหรับวาระการประชุมมีดังนี้
วาระที่ 1. นับองค์ประชุมและแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ทราบว่าการประชุมใหญ่นี้จัดขึ้นตามข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ข้อ 27.1
โดยมีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมประชุม จำนวนรวมทั้งหมด จำนวน 115 คน จาก 219 คน
แบ่งออกเป็น ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 70 เสียง ( สมาชิกเกินกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 31 เสียง )
และสมาชิกที่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง 54 คน จากจำนวน 149 คน
วาระที่ 2. การรับรองรายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ครั้งก่อน
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 55 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 55 เสียง )
วาระที่ 3. สุนทรพจน์ของนายกสมาคม
วาระที่ 4. เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
วาระที่ 5 เรื่องเพื่อพิจารณา
5.1 การแต่งตั้งสมาชิกเพื่อตรวจสอบรายงานการประชุม
โดยมีมติให้ทั้ง 3 ท่าน เป็นผู้ตรวจสอบการประชุม ประกอบด้วย
– นายชนะวิทย์ ฉายแสง สโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี
– นายธัญญะ วงศ์นาค สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี
– นายสุรเดช อนันตพงศ์ สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 59 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 60 เสียง )
5.2 รายงานผลการดำเนินกิจการของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2562
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 60 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 60 เสียง )
5.3 การนำเสนองบดุลที่ได้รับการรับรองแล้ว และรายงานแสดง รายรับ-รายจ่าย ให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ
โดยมีรายละเอียดแบ่งออกเป็น
– รายได้จากไทยลีก เป็นเงิน 730,000,000 บาท คิดเป็นสัดส่วน 51.40 เปอร์เซ็นต์
– รายได้จากค่าสนับสนุน เป็นเงิน 485,542,527.57 บาท คิดเป็นสัดส่วน 34.20 เปอร์เซ็นต์
– รายได้จากการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นเงิน 37,672,625.49 บาท คิดเป็นสัดส่วน 2.60 เปอร์เซ็นต์
– รายได้จากการสนับสนุนจากต่างประเทศ เป็นเงิน 97,218,347.27 บาท คิดเป็นสัดส่วน 6.80 เปอร์เซ็นต์
– รายได้อื่นๆ เป็นเงิน 70,403,835.32 บาท คิดเป็นสัดส่วน 5 เปอร์เซ็นต์
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,420,837,335.65 บาท
รายจ่ายที่ไม่รวมค่าภาษีเงินได้ รวมทั้งสิ้น 1,416,670,720.27 บาท
โดยแบ่งรายละเอียดของค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบ่งออกได้ ดังนี้
– ค่าสนับสนุนเพื่อพัฒนาสโมสร เป็นเงิน 701,073,062.36 บาท คิดเป็นสัดส่วน 49.50 เปอร์เซ็นต์
– ค่าดำเนินงานและบริหาร เป็นเงิน 192,765,968.86 บาท คิดเป็นสัดส่วน 13.60 เปอร์เซ็นต์
– ค่าสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลชาย-หญิง เป็นเงิน 260,282,145.51 บาท คิดเป็นสัดส่วน 18.40 เปอร์เซ็นต์
– ค่าบริหารสิทธิประโยชน์และรายได้ เป็นเงิน 105,597,427.55 บาท คิดเป็นสัดส่วน 7.50 เปอร์เซ็นต์
– ค่าจัดการแข่งขันฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด เป็นเงิน 65,373,763.04 บาท คิดเป็นสัดส่วน 4.60 เปอร์เซ็นต์
– ค่าสนับสนุนจัดการแข่งขัน เป็นเงิน 91,578,352.95 บาท คิดเป็นสัดส่วน 6.50 เปอร์เซ็นต์
รวมรายได้ทั้งหมด เป็นเงิน 1,420,837,335.65 บาท
และมีรายจ่ายทั้งหมด เป็นเงิน 1,416,670,720.27 บาท
ในปี 2561 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย เป็นเงินทั้งสิ้น 4,166,615.38 บาท
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.4 การรับรองฐานะการเงิน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี 2561
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.5 การขออนุมัติงบประมาณ ( ประมาณการรายรับ-รายจ่าย ปี 2562 )
– ประมาณการรายได้ทั้งหมดในปี 2562 เป็นเงิน 1,520,800,664.00 บาท
– ประมาณการรายจ่ายทั้งหมด ปี 2562 เป็นเงิน 1,517,976,845.04 บาท
รวมประมาณการรายได้สูงกว่ารายจ่าย ในปี 2562 เป็นเงิน 2,823,818.96 บาท
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.6 การขออนุมัติรับสมาชิกใหม่ จำนวน 87 สโมสร ขอเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.7 การแก้ไข หรือ เพิ่มเติมข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย แนะนำให้มีการแก้ไขเอกสาร และข้อความเพื่อความสมบูรณ์ ก่อนส่งต่อให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทยอีกครั้ง
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.8 การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีอิสระตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมาคม
แต่งตั้งผู้สอบบัญชีอิสสระตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมาคม
คือ นาย สมภพ ต่อมสุวรรณ ผู้สอบบัญชีได้รับอนุญาต เลขทะเบียน 9071
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 60 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.9 การให้ความเห็นชอบระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลางของสมาคม
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
5.10 การแต่งตั้งเลขาธิการสมาคม
คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็น เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
( สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองมติ 61 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่อยู่ในห้องประชุม 61 เสียง )
วาระที่ 6 เรื่องอื่นๆ
พล.ต.อ.สมยศ แจ้งที่ประชุมถึงเรื่องการใช้เทคโนโลยี วิดีโอ แอสซิสแทนต์ เรฟเฟอร์รี่ หรือ วีเออาร์ เข้ามาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาเป็นเพียงการทดลองใช้ โดยทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กำหนดให้มีการอบรมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ตัดสิน, ผู้ช่วยผู้ตัดสิน และวีเออาร์ เซ็นเตอร์ โดยวิทยากรที่ได้การรับรองจากฟีฟ่า แต่ถ้ารอวิทยากรจากฟีฟ่าจะนานกว่า 2 ปี สมาคมจึงเตรียมจ้างวิทยากรที่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่ามาอบรม ซึ่งคาดว่าจะมีการนำวีเออาร์มาใช้ได้ในช่วงปลายเลกสอง ขณะเดียวกันก็แจ้งให้สโมสรปรับภูมิทัศน์ในการตั้งกล้องที่จะใช้ในการแพนกล้องด้วย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ซึ่งได้อนุญาตใช้พื้นที่ภายในศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี จำนวน 150 ไร่ จากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อดำเนินโครงการสร้างดังกล่าวนั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง เพื่อทำการรังวัดพื้นที่ที่จะใช้ในการดำเนินการก่อสร้างศูนย์ฝึกฯ ขณะเดียวกัน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ได้ส่งหนังสือไปยังฟีฟ่า เพื่อของบประมาณก่อสร้าง 60 ล้านบาท แบ่งจ่ายในระยะเวลา 4 ปี และขอให้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบมาช่วยออกแบบรายละเอียดต่างๆ โดยภายในจะมีสนามฟุตบอลหญ้าจริง 4 สนาม, สนามหญ้าเทียม 1 สนาม, ห้องฟิตเนส รวมทั้งห้องอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากนี้ สมาคมยังเตรียมจะจัดงานการกุศลเพื่อระดมทุนในการก่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติแห่งนี้อีกด้วย
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ในการประชุมสามัญประจำปีครั้งนี้ สาระสำคัญอยู่ที่การให้สโมสรสมาชิกรับรองงบดุลค่าใช้จ่ายเงิน ตลอดจนแผนดำเนินการใช้จ่ายเงินในปีหน้า รวมทั้งมีมติรับรอง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ให้เป็นตำแหน่งเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ว่างให้ดำรงตำแหน่งเป็นการถาวร ในส่วนอื่นก็เป็นการแก้ไขข้อบังคับสมาคม เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกสมาคมในปีหน้านั้น ยังไม่มีการพูดถึงในการประชุมวันนี้ แต่ก็ได้มีการดำเนินการเตรียมความพร้อมให้ทุกอย่างมีความเรียบร้อยเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนข้อบังคับ ซึ่งวันเวลาที่จะเป็นวันเลือกตั้งนั้นจะมีการกำหนดอีกครั้ง
ส่วนกรณีสโมสรสีหมอก เอฟซี ทีมในศึกออมสิน โปร ลีก (ไทยลีก3) ค้างเงินค่าเหนื่อยนักเตะ จนมีการร้องเรียนมายังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า กรณี สีหมอก เอฟซี เกิดขึ้นภายหลังจากที่สมาคมได้ส่งวาระการประชุมให้กับสโมสรสมาชิกไปแล้ว เพราะฉะนั้นการจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาในประชุมไม่สามารถทำได้ แต่สภากรรมการสมาคมก็มีมติการรับรองให้ระงับการแข่งขันของสีหมอก เอฟซี เอาไว้ชั่วคราว ส่วนการดำเนินการตามขั้นตอนถอดถอน สีหมอก เอฟซี ออกจากการเป็นสมาชิกจะกระทำได้ในการประชุมใหญ่สามัญปีหน้า
สำหรับกรณีปัญหาจากเกมไทยลีก 2019 เกมที่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เปิดบ้านพ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-2 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีกรณีจุดโทษปัญหาในช่วงท้ายเหมที่บุรีรัมย์ได้จากจังหวะแฮนด์บอลนั้น บิ๊กอ๊อด กล่าวว่า จังหวะดังกล่างนั้นได้รับการรายงานจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ได้ดูภาพช้าเห็นว่า เป็นจังหวะที่บอลไปโดนแขนของ ฟิลลิป โรเลอร์ แบ๊กขวาทีมราชบุรีที่กระโดดลอยตัวจากในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะลอยตัวออกมานอกเขตโทษ ซึ่งตนเองก็ได้ดูวิดีโอภาพช้าแล้วด้วย รวมทั้งทางทีมงานยืนยันว่า เป็นลูกจุดโทษชัดเจน และผู้ตัดสินก็มีความมั่นใจที่เป่าชี้เป็นจุดโทษด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เป็นลูกจุดโทษปัญหาแต่อย่างใด และส่วนตัวมีความเห็นด้วยกับการตัดสินดังกล่าว
ด้าน “บิ๊กแชมป์” นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และรองประธานบริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าว สำหรับกรณีสีหมอก เอฟซี นั้น ในส่วนของนักเตะก็สามารถไปดำเนินคดีได้ตามกฏหมายต่อไป รวมถึงเรื่องการย้ายทีมที่สามารถเซ็นสัญญากับสโมสรใหม่ได้ในช่วงการแข่งขันเลกสอง ในส่วนของสมาคม และไทยลีกนั้นก็ได้ดำเนินการลงโทษสโมสรไปแล้ว






