จาก “ลูกอุ้ม” สู่ “ท่านอุ้ม” “บุรีรัมย์ VS เมืองทอง” บทสงครามยังไม่จบ!

จาก “ลูกอุ้ม” สู่ “ท่านอุ้ม” “บุรีรัมย์ VS เมืองทอง” บทสงครามยังไม่จบ!

ก่อนเปิดฤดูกาลฟุตบอลไทยลีก บรรดาเกจิลูกหนังยังคงยกให้ “ปราสาทสายฟ้า” “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ลูกทีมของ “เนวิน ชิดชอบ” ขาใหญ่แห่งเมืองเซราะกราว เป็นเต็ง 1 ที่จะป้องกันแชมป์อีกสมัย

ใครจะไปเชื่อว่าผ่านมา 12 นัดมีอุบัติเหตุลูกหนังเกิดขึ้นกับบุรีรัมย์มากมายจนส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของทีมแชมป์เก่าในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลชนิดแทบไม่มีใครเชื่อ…

ประการแรก การที่ต้องไม่มีกองหน้าเลือดบราซิเลียนอย่าง “ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต” ที่บาดเจ็บต้องพักยาวทำให้ประสิทธิภาพการพังประตูหายไปแบบน่าใจหาย

แม้ว่า “เนวิน ชิดชอบ” จะหาคนมาทดแทนอย่าง “ไคโอะ กอนซัลเวส” ลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิล แต่ก็เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างว่ายังเทียบชั้นกันไม่ได้ ทำให้บอลของบุรีรัมย์ช่วงต้นฤดูกาลดูจะตันๆ ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

12 นัดแรกชนะแค่ 6 เสมอ 4 แพ้ไป 2 นัด นี่ไม่ใช่วิสัยของทีมที่จะป้องกันแชมป์ ซึ่งคนอย่าง เนวิน ชิดชอบ รู้ดีอยู่แล้ว เห็น “บิ๊กเน” นั่งเป็นเฮดของเฮดโค้ชข้างสนามชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าอึดอัดแทน คิ้วผูกโบทุกนัด ไม่ว่าเจอทีมเล็ก ทีมใหญ่ ทั้งที่ฤดูกาลก่อน เดินหน้าไล่ถล่มคู่แข่งกระจุยกระจาย

ประการต่อมา ลือกันให้แซดว่า แคมป์บุรีรัมย์กำลังอยู่ในช่วงอลวน อลเวง มีการแตกคอกันในกลุ่มนักเตะกับสตาฟฟ์โค้ช และทีมบริหาร จนแว่วๆ ว่านักเตะดังหลายรายเริ่มไม่มีความสุขอยู่กับทีมและกำลังเหล่หาทีมใหม่กัน ถึงขนาดใช้คำว่า “ชักแถว” เดินออกจากถิ่นไอโมบาย สเตเดี้ยม กันเลยทีเดียว

ฟอร์มของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่างสวนทางกับทีมคู่รักคู่แค้นอย่าง “กิเลนผยอง” “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” ที่ปีนี้มาแบบ” “หล่อเฟี้ยว”” จากการทุ่มทุนสร้างขนานใหญ่ของฝ่ายบริหารที่ดึง 5 อสูรร้ายทีมชาติไทยมาจากถิ่น “มังกรไฟ” “บีอีซี เทโร” ประกอบด้วย “เมสซี่เจ” “ชนาธิป สรงกระสินธ์”, “ตั้ม” “ธนบูรณ์ เกษารัตน์”, “บาส” “พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา”, “โด” “ทริสตอง สมชาย โด” และ “กอล์ฟ” “อดิศักดิ์ ไกรษร” เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บผนึกกำลังกับผู้เล่นทีมชาติที่มีอยู่แล้วในทีมเมืองทองฯ

3 รายแรกเป็นสัญญายืมตัว 2 รายหลังเมืองทองฯ ซื้อขาดจากเทโร ชัดเจนว่าการมาของ 5 คนนี้เมื่อผนึกกำลังกับผู้เล่นดีกรีทีมชาติของเมืองทองฯ ที่มีอยู่ในทุกแดนไม่ว่าจะเป็น “ตอง” “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์”, “ตังค์” “สารัช อยู่เย็น”, “มุ้ย” “ธีรศิลป์ แดงดา” ฯลฯ ทำให้” “กิเลนผยอง”” แทบจะไร้คู่แข่ง

เพราะนี่คือ “ทีมชาติไทย” ลงสนามในทุกๆ สัปดาห์ของฟุตบอลลีก

กระทั่งมาถึงดีลสั่นสะเทือนวงการฟุตบอลไทยที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ เมื่อ “อุ้ม” “ธีราทร บุญมาทัน” แบ๊กซ้ายกัปตันทีมชาติไทยตัดสินใจโบกมือลาทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังร่วมหัวจมท้ายกวาดทุกแชมป์ในเมืองไทยให้แฟนบอลธันเดอร์คาสเซิ่ลได้สมใจตลอด 6 ปีครึ่งที่ผ่านมา

ใครจะไปคิดว่าดีลนี้จะเกิดขึ้น ใครๆ ก็รู้กันทั่วว่า “เจ้าอุ้ม” เป็นลูกรักของ “เนวิน ชิดชอบ” รวมถึง “ซ้อต่าย” “กรุณา ชิดชอบ”ภรรยาของ “บิ๊กเน”

“เจ้าอุ้ม” เป็นที่รักของแฟนบอลบุรีรัมย์ฯ เป็นที่รักของเพื่อนๆ ในทีมทุกคน เพราะมีหัวใจเป็นนักสู้ ทุ่มเทเพื่อทีมชนิดลืมตายทุกนัด ใครจะไปกล้าคิดว่า “เจ้าอุ้ม” จะย้ายข้ามฟากสุดขั้วมายังทีมคู่รักคู่แค้นอย่างเอสซีจี เมืองทองฯ

ผมว่าดีลนี้ทำร้ายหัวใจแฟนบอลบุรีรัมย์ ทำร้ายหัวใจในลึกๆ ของ เนวิน ชิดชอบ บ้างล่ะ แต่เป็นดีลที่ทำให้หัวใจของชาว “กิเลน” กระชุ่มกระชวย แม้ว่าจะมี “เจ้าบาส” ประจำการแนวรับฝั่งซ้ายอยู่ทั้งคนก็ตาม

ว่ากันว่านี่เป็น “บิ๊กดีล” ของจริง มูลค่าการซื้อ-ขาย “เจ้าอุ้ม” จบที่ 30 ล้านบาท + ค่าเหนื่อยอีกเดือนละ 750,000 บาท ทำสถิติซื้อ-ขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์นักเตะไทยในการย้ายทีมเลยทีเดียว

เบื้องหลังว่ากันต่ออีกว่า การที่ทำให้ “เจ้าอุ้ม” ต้องตัดสินใจ “หักดิบ” ขนข้าวของกลับกรุงเทพฯ เป็นเพราะเกิดความขัดแย้งอย่างหนักกับ “ซ้อต่าย” “กรุณา ชิดชอบ” ซึ่งชนวนเหตุเดากันไม่ยาก เกิดจากนัดประเดิมศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก ที่บุรีรัมย์ พ่ายคาบ้านให้กับเอฟซี โซล จากเกาหลีใต้ ครึ่งโหล

“ซ้อต่าย” ไปสนับสนุนความคิดของแฟนบอลรายหนึ่งในโซเชียลว่า นักเตะบุรีรัมย์เล่นไม่เต็มที่ ทำให้ “เจ้าอุ้ม” ออกมาโพสต์ตอบโต้ทำนองว่า เป็นมืออาชีพพอ รักในอาชีพนักเตะ สู้อย่างเต็มที่ แต่สู้ไม่ได้ ถ้าคิดว่าสู้ไม่เต็มที่ก็ให้ขายทิ้ง

ว่ากันตรงๆ คือ ไปท้าทาย นั่นแหละครับ…

บอกตามตรงว่าประหลาดใจที่ “เจ้าอุ้ม” เลือกที่จะมาร่วมทีมคู่รักคู่แค้น ทั้งที่เข้าใจดีว่าเป็นวิถีของพ่อค้าแข้งอาชีพเป็นเช่นไร แต่อีกใจแอบผิดหวังไม่น้อยเช่นกันเพราะฝีเท้าระดับเจ้าอุ้ม น่าจะได้ไปทดลองค้าแข้งต่างประเทศดูบ้าง จะเป็นเจ-ลีก ของญี่ปุ่น, เค-ลีก ของเกาหลีใต้ หรือไชนีส ซูเปอร์ลีก ก็ได้

บอกตามตรงว่ายัง “เสียดาย” และรู้สึก “เสียของ” เล็กๆ เหมือนกัน…

ตอนนี้ปัญหาคือ บุรีรัมย์ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง ยิ่งไม่มี “เจ้าอุ้ม” อยู่ด้วย จะ “ทิ้งดิ่ง” ทรมานหัวใจแฟนบอลปราสาทสายฟ้าไปอีกนานแค่ไหน?

ใครจะมาทดแทนตำแหน่งแบ๊กซ้ายที่หายไป?

ผมว่านาทีนี้คนอย่าง เนวิน ชิดชอบ กลัดกลุ้มใจไม่ใช่น้อยแน่นอน คงจะต้องเตรียมทำอะไรบางอย่างเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีทีมบุรีรัมย์กลับมาให้เร็วที่สุด ผมเชื่ออีกเหมือนกันว่า ตลาดซื้อ-ขายนักเตะเปิดเมื่อไหร่ เนวิน ชิดชอบ จะผ่าตัดทีมถ่ายเลือดขนานใหญ่แน่ๆ

แต่จะทำได้ดี เกาถูกที่คันหรือไม่ อยู่ที่ฝีมือของ เนวิน ชิดชอบ แล้วล่ะ หากเกาไม่ถูกที่คัน โอกาสที่บุรีรัมย์จะ “ไม่ฟื้น” ไปอีกหลายปีก็มีสูงเหมือนกัน

ทีมที่หัวเราะดังๆ อยู่ในใจชั่วโมงนี้หนีไม่พ้นคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “กิเลนผยอง” ยิ่งได้ “เจ้าอุ้ม” ไปร่วมทีมด้วย ยิ่งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีก…

“กิเลนผยอง” พิสูจน์แล้วว่ากำลังจะมาทวงบัลลังก์แชมป์ “ไทยลีก” คืน และดูเหมือนว่าจะไม่ยากอย่างที่คิดไว้ซะด้วย สไตล์บอล “โค้ชแบน” “ธชตวัน ศรีปาน” ถือว่าลงตัวกับทีมคุณภาพคับแก้วอย่างเมืองทองฯ ถ้ารักษามาตรฐานแบบนี้ไว้ได้ ดูท่าจะมีเพียงแค่ “แบงค็อก ยูไนเต็ด” กับ “บางกอกกล๊าส” ที่ลุ้นแชมป์กับเมืองทองฯ

แต่ยังเชื่อลึกๆ ว่ายังไม่จบง่ายๆ หรอกสำหรับสงครามการแย่งแชมป์ของ 2 ทีมนี้ บุรีรัมย์น่าจะกลับมาได้ในไม่ช้า ด้วยศักยภาพของทีม คุณภาพนักเตะ ระบบที่วางไว้ ไม่น่าจะยากเกินที่ทีมอย่างบุรีรัมย์จะฟื้นจากคำว่า “ยักษ์หลับ” กลับมาอยู่บนเส้นทางป้องกันแชมป์ได้ไม่ยาก

หากเป็นเช่นนั้นเร็วเมื่อไหร่ แฟนฟุตบอล 2 สโมสรจะได้เห็นการขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างสนุกของ 2 ทีมคู่รักคู่แค้นจนถึงโค้งสุดท้ายฤดูกาล

แต่หากบุรีรัมย์ไม่สามารถกระตุ้นชีพจรกลับมาได้ เป็นอันปิดฉากฟุตบอล “ไทยลีก” ฤดูกาลนี้

คอยดูกันให้ดี…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อาละวาดหนัก! โจรหลอกถามทางหญิงวัย 52 ก่อนกระชากสร้อยหนีกลางวันแสกๆ
บทความถัดไปห้ามพลาด! หมอแนะวิธีดื่มน้ำผลไม้กล่องให้ดีต่อสุขภาพและชะลอวัย