ตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ได้อนุมัติหลักการใช้เงินสำรองของ กกท. เพื่อจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างทีมสโมสรฟุตบอลชั้นนำจากต่างประเทศ กับ ทีมชาติไทย ก่อนที่ “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกกท. จะเปิดเผยว่าได้มีการทาบทามทั้ง หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยอดทีมจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หรือ บาร์เซโลน่า จากลาลีกา สเปน
ล่าสุด ดร.ก้องศักด เปิดเผยว่า จากการที่ทั้งลิเวอร์พูลและบาร์เซโลน่า เข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้การกำหนดช่วงเวลาต่างๆ ในการจะเดินทางมาแข่งขันทำได้ยากขึ้น จึงจำเป็นจะต้องยกเลิกไป อีกทั้งยังติดกับข้อจำกัดของกกท. ที่จะต้องปิดปรับปรุงราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และยังมีโปรแกรมที่วางเอาไว้ก่อนจะปิดปรับปรุงสนามทั้งยิงธนูชิงแชมป์โลก และ คอนเสิร์ตอีกมากมาย ทำให้สนามยังไม่สะดวกกับการใช้งาน อย่างไรก็ตามเป็นนโยบายที่ผู้บริหารวางไว้แล้วการดำเนินการดึงทีมระดับแนวหน้าของโลกมายังคงดำเนินต่อไป ยืนยันว่ายังมีทีมระดับโลกมาเตะกับทีมชาติไทยอย่างแน่นอน
“ตอนนี้มองไปที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมของคิงส์ เพาเวอร์ เป็นทีมของคนไทยด้วย เพราะจากมุมมองส่วนตัวคิดว่าน่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นทีมของคนไทย และที่ผ่านมา เลสเตอร์เองก็มีโครงการพัฒนานักเตะระดับเยาวชนของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นน่าจะเหมาะสม ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่ปิดกั้นทีมอื่นๆ เพียงแต่ในการเจรจาควรจะทำทีละทีมไปก่อน ถ้าหากพลาดจากเลสเตอร์ซิตี้แล้วก็จะมีเป้าหมายเป็นแผนต่อไปแน่นอน”
“ผอ.น้อย” นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย เผยว่า การนำทีมระดับโลกมาเตะในประเทศไทย นอกจากได้ลงสนามดวลกับทีมชาติไทยแล้ว ยังมีรายละเอียดอีกมากมาย เพราะไม่อยากให้มาเตะแค่เกมเดียวแล้วจบไป แต่อยากให้มาร่วมทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน อาทิ กิจกรรมพัฒนานักเตะในระดับเยาวชน, กิจกรรมส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศ และโปรโหมดประเทศไทยไปในตัว ซึ่งเหล่านี้เราจำเป็นต้องกำหนดทิศทางให้ชัดเจน คาดว่าภายใน 2-3 วันจะได้ทิศทางและรูปแบบของกิจกรรม ก่อนจะส่งทีมไปเจรจากับทีมเลสเตอร์ ต่อไปซึ่งคาดว่าน่าจะให้เวลาอีกราวๆ 1 สัปดาห์ ก็น่าจะรูปผล

