เวอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังสุดแกร่งของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เชื่อว่าต้นสังกัดกลายเป็นทีมที่สร้างความหวาดกลัวให้กับทุกทีมในโลกนี้ หลังจากที่พวกเขาตบบาร์เซโลน่าแบบเหนือชั้น 4-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดสอง เมื่อคืนวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา พลิกสถานการณ์จากที่แพ้ 0-3 ในเลกแรกจนทะลุเข้าชิงได้อย่างเหลือเชื่อด้วยสกอร์ 4-3
ฟาน ไดค์ เปิดใจว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ (ลิเวอร์พูลกลับมาเป็นทีมที่น่าเกรงขามอีกครั้ง) นั่นคือหนึ่งในสิ่งที่เรามุ่งหวังในการทำงานหนัก ซึ่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้เองก็ได้ยืนอยู่ในจุดนั้นเรียบร้อย และผมหวังว่าลิเวอร์พูลเองจะก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่เป็นงานสุดหินสำหรับทุกๆ ทีมในโลกนี้
“พวกคุณคงเห็นจากผลงานของเราในเกมกับบาร์เซโลน่าแล้ว มีไม่กี่ทีมหรอกที่จะต่อกรแบบนั้นกับบาร์ซ่าได้ แนวทางที่เราไล่บีบกดดัน, การสร้างโอกาสจบสกอร์ใส่พวกเขา รวมถึงการทำให้บาร์ซ่าเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากอีกมากมาย สิ่งที่คุณต้องมีเลยคือความกล้า เพราะคุณจำเป็นต้องเล่นเสี่ยงมากๆ และสุดท้ายพวกเราก็ทำได้สำเร็จ ซึ่งนี่คือสิ่งมหัศจรรย์สำหรับทัพนักเตะรวมถึงทุกคนที่มีส่วนร่วมกับสโมสรเลยล่ะ” ฟานไดค์เปิดใจ
นอกจากนี้ปราการหลังของหงส์แดงยังแสดงความเชื่อมั่นว่า ต้นสังกัดยังมีความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษอยู่ ถึงแม้ว่านัดสุดท้ายในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ความได้เปรียบนั้นอยู่ในมือของแมนฯ ซิตี้ก็ตาม เนื่องจากพลพรรคเรือใบสีฟ้ามี 95 แต้มซึ่งมากกว่าลิเวอร์พูล 1 แต้ม โดยลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าขอแค่ชนะไบรตันได้ก็จะคว้าแชมป์ทันที
“พรีเมียร์ลีกยังมีอีก 1 เกมให้วัดฝีมือกัน ซึ่งไบรตันเองก็ไม่ใช่ทีมที่แมนฯ ซิตี้จะบุกไปชนะได้ง่ายๆ หรอกนะ อย่างไรก็ตามเกมที่ลิเวอร์พูลจะต้องเปิดบ้านดวลดบวูล์ฟแฮมป์ตันเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ทั้งนี้หงส์แดงต้องโฟกัสแค่เกมของตัวเองและพยายามคว้า 3 แต้มให้ได้เท่านั้น และค่อยไปดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นในเกมที่ไบรตัน โลกคงไม่ถึงกาลอวสานหรอกหากพวกเขาได้แชมป์ไป แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรผมก็ยังคงรู้สึกภูมิใจอยู่ดี เพราะซีซั่นนี้หงส์แดงนั้นทำผลงานได้โดดเด่นมากๆ และเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความแข็งแกร่งเพื่อการไล่ล่าความสำเร็จในอนาคต” กองหลังชาวดัตช์กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
![]()

