“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยถึงความคืบหน้าและความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 ว่า กรณีที่มีข่าวในสื่อต่างๆ ว่าทาง สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ต้องการให้ทางสมาคมฯ เรียกผู้เล่นในสังกัดนั้น ส่วนตัวมองว่าสมาคมฯ มีความรับผิดชอบในส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องผู้เล่น การเตรียมทีมหรือการฝึกซ้อมนั้น เป็นความรับผิดชอบ และการตัดสินใจของโค้ชและทีมงาน สมาคมฯ ไม่เคยก้าวก่ายในส่วนนี้ เพราะต้องการให้โค้ชและทีมงานมีอิสระในการตัดสินใจที่จะเลือกตัวผู้เล่น หรือการฝึกซ้อมต่างๆ โดยที่สมาคมฯ มีหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวก เพราะฉะนั้นอยากให้โค้ชใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจ เพราะโค้ชได้ออกไปดูตัวนักฟุตบอล โค้ชย่อมมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการตัดสินใจ มากกว่าสมาคมฯ ส่วนโค้ชจะตัดสินใจเลือกนักเตะในสังกัดเอสซีจี เมืองทองฯหรือไม่ อยู่ที่ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้าโค้ช และ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยที่จะตัดสินใจ
“กรณีของมุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) ส่วนตัวผมมองว่า นักกีฬาหลายคนเคยทำหน้าที่รับใช้ชาติ เคยทำหน้าที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ถ้าเขายังคงมีความสามารถที่จะทำหน้าที่แทนคนไทยทั้งชาติได้ ก็อยากให้โอกาสเขา ได้แสดงฝีมือ และพิสูจน์ตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการเรียกฟอร์มที่ดีกลับมาได้ ซึ่งมันเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทย และเป็นประโยชน์แก่สโมสรด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมในฐานะ นายกสมาคมฯ ก็ไม่อยากจะพูดอะไร เพื่อให้มีผลกระทบกับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรต้นสังกัดของนักกีฬา สมาคมฯ รับผิดชอบเรื่องทีมชาติก็จริง แต่นักกีฬาเป็นทรัพย์สมบัติของสโมสร ถ้าสโมสรและสมาคมฯ มีความขัดแย้งกันหรือไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมยังเคารพในความคิด เชื่อว่าทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คงมีเหตุผล” บิ๊กอ๊อดกล่าว
สำหรับศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 เตะที่ช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ วันที่ 5 มิถุนายน ทีมชาติไทย พบ เวียดนาม และวันที่ 8 มิถุนายน ไทย พบ กูราเซา หรือ อินเดีย โดยสมาคมฯ ประกาศชื่อ 35 นักเตะ วันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งมีรายงานว่า จะมีชื่อ 4 นักเตะเมืองทอง คือ ธีรศิลป์, อดิศักดิ์ ไกรษร, สารัช อยู่เย็น, อดิศร พรหมรักษ์ จากนั้นจะตัดเหลือ 23 คน และเรียกเก็บตัววันแรก 30 พฤษภาคม

