กกท. + สมาคมบอลไทย ตั้งคณะทำงานเร่งรัดเป็นเจ้าภาพลูกหนังเอเชีย 23 ปี

16.05.19 | 18:16 น.

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือพัฒนากีฬาฟุตบอลของประเทศ เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2562 โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะรองประธานฯ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในฐานะอนุกรรมการ และนายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล อนุกรรมการ ร่วมประชุม ที่ กกท. หัวหมาก เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างการร่วมมือกับทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ให้เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ระยะยาว 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) อันจะเป็นการกระตุ้นให้ฟุตบอลไทย เกิดการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อย่างเด็ดขาด

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สมาคมฯ มีแผนในการพัฒนาฟุตบอลระยะยาวอยู่แล้ว ซึ่งครอบคลุมในทุกด้าน แต่ความคิดเห็นอันหลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญในคณะอนุกรรมการชุดนี้ จะเข้ามามีส่วนช่วย ทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนากีฬาฟุตบอลของไทยต่อไป และการทำงานร่วมกันกับกกท. จะทำให้เกิดแนวทางที่ชัดเจน ไม่เดินหลงทางหรือสะเปะสะปะ

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8-16 มกราคมปีหน้า ซึ่งเป็นรอบคัดเลือก หา 3 ทีมที่ดีที่สุดไปลุยโอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบสุดท้าย ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยนายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า จากการเดินทางมาตรวจสนามของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ก่อนหน้านี้ พบว่า สนามราชมังคลากีฬาสถาน กกท. หัวหมาก สนามม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ในกรุงเทพฯ และสนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสนามติณณสูลานนท์ ที่จังหวัดสงขลา ยังมีหลายเรื่องที่ต้องเร่งปรับปรุง ทั้งที่นั่งผู้ชม ห้องแต่งตัว เป็นต้น

Advertisement

“ในเดือนมิถุนายนนี้ เอเอฟซี มีกำหนดให้กกท. ลงนามกับ เอเอฟซี ยืนยันการจัดอีกครั้ง ส่วนเดือนก.ค. จะกำหนดเวลาแข่งขัน และเดือนกันยายน-ตุลาคม จะเป็นการตรวจสนามครั้งสุดท้าย หากไม่สามารถปรับปรุงสนามตามที่เอเอฟซี กำหนด ก็มีโอกาสที่เอเอฟซี จะขอคืนสิทธิ์ได้ โดยมี เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ที่มีโอกาสจัดการแข่งขันแทนไทย” นายพาทิศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ดร.ก้องศักด ยืนยันว่า บอร์ด กกท. ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่า ได้อนุมัติงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ในการปรับปรุงสนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี และสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ จังหวัดนครราชสีมา มาให้เรียบร้อย โดย 2 สนามแรก จะใช้จัดศึกชิงแชมป์เอเชีย 23 ปี ส่วนสนามที่จังหวัดนครราชสีมา ปรับปรุงเพื่อเตรียมจัดเกมอื่น ๆ และสำรองไว้ในฟุตบอลรายการนี้

“กกท. จะพยายามเร่งรัดการปรับปรุงสนามด้านต่าง ๆ ให้ทันเวลา แต่ต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่งบประมาณประจำปี จึงต้องจัดซื้อจัดจ้าง และก่อสร้างอย่างรอบคอบที่สุด แต่ยืนยันทันเวลาแน่นอน เพียงแต่เดือนต.ค. อาจจะยังไม่เห็นภาพจริงว่าเสร็จเรียบร้อย จะอยู่ที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่เราพร้อมที่จะทำเป็นรายงานให้เอเอฟซี รับทราบและสบายใจว่า ทุกอย่างจะเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนธันวาคม โดยกกท. และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ร่วมกันตั้งคณะทำงาน เพื่อเร่งรัดการเตรียมการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้แล้ว” ดร.ก้องศักด กล่าว

หลังการประชุม ดร.ก้องศักด เปิดเผยถึงความคืบหน้า การจัดฟุตบอลนัดพิเศษ หลังจากก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มว่า จะดึง เลสเตอร์ ซิตี้ มาแข่งขันที่ไทย ล่าสุดได้กำหนดวันแล้ว เป็นวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ส่วนทีมที่จะแข่งด้วย จะใช้ “ออลสตาร์ไทยลีก” ทั้งนี้จะไม่ให้กระทบโปรแกรมแข่งสโมสรไทย และไม่มีการเลื่อนคิวเตะเดิม ไม่ว่าถ้วยอะไร อย่างไรก็ตาม ต้องรอ เลสเตอร์ ยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง