‘บีซ’ ตะคริวขึ้น! ชวดแชมป์สเตจเรซ – ‘เสธ.หมึก’ สั่งติดดาบสู้ตายวันสุดท้าย

25.05.19 | 15:20 น.

การแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ตราด 2019” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ระดับ “ยูซีไอ 2.1” เมื่อวันที่ 25 พ.ค.เป็นการแข่งขันประเภทสเตจเรซ ในสเตจที่ 2 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้าย ในประเภทสเตจเรซ เส้นทางจากหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ไปอำเภอบ่อไร่-อำเภอเขาสมิง กลับมาเข้าเส้นชัยที่ศาลากลางจังหวัดตราด ระยะทาง 92.6 กิโลเมตร

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันได้รับเกียรติจาก นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานร่วมกับ “เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด

การแข่งขันช่วงแรก มีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่าอนักกีฬาแต่อย่างใด เส้นทางเป็นเนินต่ำ ๆ สลับกับทางลาด ช่วงแรก อนาสตาเซีย พลิอาสกิน่า นักปั่นทีมชาติรัสเซีย ฉีกหนีออกมาคนเดียว แต่ก่อนถึงการชิง “เจ้าความเร็ว” (IS) จุดที่ 1 ก็โดนรวบ ซึ่งในสเตจนี้ “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นสาวจากไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม เก็บคะแนนเจ้าความเร็วโดยเข้าเป็นอันดับ 1 ทั้ง 2 จุด ขณะที่ ยูมิ คาจิฮาร่า นักปั่นทีมชาติญี่ปุ่น ได้อันดับ 3 ใน IS1

ถนนช่วงก่อนเข้าเส้นชัยสภาพเปียกแฉะ เพราะมีฝนตกลงมาหนักพอสมควร นักปั่นต่างระมัดระวังเต็มที่ มาถึงช่วง 2 กม.สุดท้าย นักกีฬาทีมเกาหลีใต้ และทีมรัสเซีย เร่งเครื่องแซงขึ้นมาหัวแถว แม้จะมีนักปั่นไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม และทีมชาติไทย ช่วยกันขี่เกาะกลุ่มกันเอาไว้ แต่ยังโดนคู่แข่งฉีกและแหวกออกมาจนได้

ความระทึกใจอยู่ในช่วง 200 เมตรสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย จุฑาธิป เร่งยกสปรินต์สุดแรง โดยมีนักปั่นเกาหลีใต้ 2 คน คือ ยู ซอน ฮา และ คิม ฮุน จิ รวมทั้ง ยูมิ คาจิฮาร่า ตัวแกร่งของญี่ปุ่น ไล่ตามมาติดๆ แต่เหลือ 100 เมตร ยูมิ คาจิฮาร่า และ คิม ฮุน จิ ฮึดเต็มที่สปรินต์แซง จุฑาธิป ขึ้นมา แต่ระยะ 20 เมตรสุดท้าย ยู ซอน ฮา เร่งสปีดตัวเองแซงทั้ง จุฑาธิป และ คิม ฮุน จิ เข้าเส้นชัยไปพร้อม ๆ กับ ยูมิ คาจิฮาร่า ต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่าย ปรากฏว่า คาจิฮาร่า เฉือนชนะไปอย่างหวุดหวิด ที่ 3 คิม ฮุน จิ ส่วน จุฑาธิป ที่ 4

Advertisement

สรุปผลการแข่งขัน แชมป์สเตจที่ 2 ที่ 1 ยูมิ คาจิฮาร่า (ทีมชาติญี่ปุ่น), ที่ 2 ยู ซอน ฮา, ที่ 3 คิม ฮุน จิ (ทีมชาติเกาหลีใต้) เวลา 2.24.32 ชั่วโมง เท่ากัน แต่มีคะแนนและแต้มโบนัสต่างกัน และแชมป์เวลารวม ตกเป็นของ ยูมิ คาจิฮาร่า เวลา 4.21.59 ชั่วโมง ได้รับ “เสื้อเหลือง” ไปครอง ที่ 2 จุฑาธิป ตามหลังแชมป์ 3 วินาที, ที่ 3 คิม ฮุน จิ ตามหลัง 13 วินาที ส่วน “ไก่” ศุภักษร นันตะนะ ได้ที่ 7 ตามหลัง 23 วินาที

ผู้ชนะเลิศอาเซียน ประจำสเตจที่ 2 “บีซ” จุฑาธิป, ที่ 2 ไออุสติน่า เดเลีย พริแอตนา (ทีมชาติอินโดนีเซีย), ที่ 3 “ไก่” ศุภักษร นันตะนะ (ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม) ส่วนชนะเลิศเวลารวมอาเซียน ที่ 1 จุฑาธิป 4.22.02 ชั่วโมง ได้รับสื้อฟ้าไปครอง พร้อมเงินรางวัลพิเศษจากสมาคมกีฬาจักรยานฯ จำนวน 20,000 บาท ส่วนที่ 2 ศุภักษร และที่ 3 ไออุสติน่า เดเลีย พริแอตนา เวลา 4.22.22 ชั่วโมงเท่ากัน ขณะที่รางวัลนักบู๊ประจำสเตจที่ 2 ได้แก่ อนาสตาเซีย พลิอาสกิน่า นักปั่นทีมชาติรัสเซีย

รางวัลเจ้าความเร็ว IS1 อันดับ 1 “บีซ” จุฑาธิป, อันดับ 2 ฮุง คยุง คัง (ทีมชาติเกาหลีใต้), อันดับ 3 ยูมิ คาจิฮาร่า (ทีมชาติญี่ปุ่น), รางวัลเจ้าความเร็ว IS2 อันดับ 1 จุฑาธิป, อันดับ 2 คิม ฮุน จิ, อันดับ 3 ฮุง คยุง คัง, ชนะเลิศ คะแนนรวมเจ้าความเร็ว อันดับ 1 “บีซ” จุฑาธิป ได้รับ “เสื้อเขียว” ไปครองอีก 1 ตัว, อันดับ 2 ยูมิ คาจิฮาร่า, อันดับ 3 คิม ฮุน จิ โดยในสเตจที่ 2 “บีซ” จุฑาธิป ได้รับ เสื้อฟ้า, เสื้อเขียว พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท

ด้านแชมป์ประเภททีมประจำสเตจที่ 2 อันดับ 1 เป็นของ ทีมชาติเกาหลีใต้ เวลา 7.13.36 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมชาติรัสเซีย, อันดับ 3 ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม เวลาเท่ากันที่ 7.13.42 ชั่วโมง โดยแชมป์เวลารวมประเภททีม ก็เป็น 3 ทีมเดิม อันดับ 1 ทีมชาติเกาหลีใต้ เวลา 13.07.06 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมชาติรัสเซีย, อันดับ 3 ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม เวลาเท่ากันที่ 13.07.12 ชั่วโมง

ส่วนประเภททีมอาเซียนประจำสเตจที่ 2 อันดับ 1 เป็นของ ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม เวลา 7.13.42 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมชาติอินโดนีเซีย 7.13.56 ชั่วโมง, อันดับ 3 ทีมชาติสิงคโปร์ 7.13.58 ชั่วโมง ขณะที่แชมป์เวลารวมประเภททีมอาเซียน ก็คือ 3 ทีมนี้ อันดับ 1 ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม เวลา 13.07.12 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมชาติอินโดนีเซีย 13.07.26 ชั่วโมง, อันดับ 3 ทีมชาติสิงคโปร์ 13.07.28 ชั่วโมง

หลังแข่งขัน พล.อ.เดชากล่าวว่า วันนี้มีฝนตกลงมา เลยทำให้นักแข่งไทยมีอาการเกร็งเล็กน้อย เนื่องจากกลัวเกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม ถึงแม้ว่า จุฑาธิป จะไม่ได้แชมป์สเตจที่ 2 แต่เวลารวมยังเข้าอันดับ 2 ทำให้ได้คะแนน “โอลิมปิก แรงกิ้ง” มาอีก 85 คะแนน ยังไม่รวมแต้มจากการได้แชมป์สเตจแรก และอันดับ 4 ในสเตจ 2 อีก นอกจากนี้ ยังมีแต้มจาก ศุภักษร นันตะนะ ที่ได้อันดับ 7 เวลารวม อีก 35 คะแนน รวมๆ แล้ว ในประเภทสเตจเรซ ทีมนักปั่นไทยได้แต้มมาอย่างน้อย 150 คะแนนแล้ว การแข่งขันที่เหลืออีก 1 วันเป็นการแข่งขันแบบวันเดย์เรซ ม้วนเดียวจบเลย ดังนั้นนักปั่นไทยต้องติดดาบ สู้ตายถวายชีวิตกันเลยทีเดียว

“ตอนนี้ความหวังการไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่มั่นใจว่าได้แน่ๆ แล้ว 1 คน คือ จุฑาธิป แต่เราหวังจะให้ได้สัก 2 คน หรือถ้า 3 คนก็ยิ่งดี ขอเพียงให้วันสุดท้ายนักปั่นไทยทำแต้มกันให้ได้เยอะๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้โควต้า 3 คน ซึ่งเมื่อจบจากทัวร์ ออฟ ตราด ครั้งนี้แล้ว จะให้นักกีฬาหยุดพักผ่อน 2 สัปดาห์ แล้วกลับมาฝึกซ้อมต่อ เพื่อตระเวนไปแข่งขันรายการอื่นๆ เช่น ที่ประเทศมาเลเซีย ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการแข่งขันนระดับ 2.1 มีแต้มให้เก็บเยอะเช่นกัน รวมทั้งในระดับ 2.2 ก็ต้องไปแข่งด้วย” พล.อ.เดชา กล่าว

ด้าน “บีซ” จุฑาธิปกล่าวว่า รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้แชมป์สเตจ 2 แต่ก็ทำเต็มที่แล้ว คู่แข่งทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เขามาแรงมาก อีกอย่างยอมรับว่าตนเองใจร้อน รีบยกสปรินต์ไกลเกินไป เลยทำให้โดนแซงช่วงท้าย สถานการณ์ตอนนั้นเราบอกไม่ได้ว่าจะเข้าที่ 1 หรือไม่ ในเมื่อเราทำเต็มที่แล้ว ได้แค่นี้ก็ภูมิใจ ซึ่งระหว่างแข่งขันก่อนเข้าเส้นชัยไม่กี่กิโลเมตร ตนเป็นตะคริวที่ขาเล็กน้อย แต่ไม่อยากบอกน้องๆ ในทีม เพราะกลัวว่าทุกคนจะใจฝ่อ จึงกัดฟันแข่งต่อจนจบ ส่วนการแข่งขันวันสุดท้ายต้องใส่กันเต็มที่แน่นอน สำหรัยเรื่องการจะได้ไปโอลิมปิกเกมส์กี่คนนั้น ตอนนี้ยังไม่อยากบอก ขอทำสมาธิกับการแข่งขันที่เหลือก่อน