“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุมสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ครั้งที่ 5/2562 ที่ห้องประชุมชั้น 1 สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า วาระสำคัญของการประชุมเป็นการแจ้งความคืบหน้าในการเตรียมการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 ที่สนามช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ วันที่ 5 และ 8 มิถุนายน และการเตรียมพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นไม่เกิน 23 ปี ในช่วงต้นปีหน้า ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นเรื่องความคืบหน้าของการที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยกพื้นที่ดินภายในศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติหมวกเหล็ก จ.สระบุรี ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อจัดสร้างศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ อเล็กซานเดร์ กาม่า กุนซือชาวบราซิลได้มาแจ้งกับทางนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และนายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ว่า กาม่า ต้องการยุติบทบาทหน้าที่การคุมทีมชาติไทย รุ่นไม่เกิน 23 ปี ทางสมาคมจึงได้เตรียมความพร้อมที่จะหาโค้ชมาทำหน้าที่แทน เพราะทีมชาติไทย ยู23มีโปรแกรมรออยู่ทั้งยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย และการเตรียมไปโอลิมปิกเกมส์
“เราได้มีการดำเนินการ โดยผมได้มอบหมายให้คุณพาทิศประสานงานกับโค้ชต่างชาติ ซึ่งเราสนใจ หรือเขาสนใจเข้ามาทำหน้าที่ รวมทั้งยังได้มีการมอง หรือเจราจากับโค้ชคนไทยที่มีความเหมาะสมไว้ด้วยไปพร้อมๆ กัน แต่คงจะเปิดเผยชื่อไม่ได้ เพราะเป็นมารยาทจนกว่าจะบรรลุข้อตงลงคุยกันลงตัวได้ทั้งตัวโค้ช หรือสโมสรต้นสังกัด เพราะเราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน และอาจสร้างปัญหาให้กับตัวโค้ช และสโมสรนั้นๆ ได้” บิ๊กอ๊อด กล่าว
ส่วนกรณีของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่นั้น บิ๊กอ๊อดระบุว่า หลังจบทัวร์นาเมนต์คิงส์คัพจะเข้ามารายงานผลกับทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รวมทั้งปัญหา อุปสรรคต่างๆ และแนวทางการทำงานต่อไปในอนาคต ส่วนการทำหน้าของโค้ชโต่ยต่อไปในอนาคตก็ขึ้นอยู่กับผลงาน และขึ้นอยู่กับกฎกติกาของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ที่กำหนดให้ต้องมีโปรไลเซนส์ ซึ่งตัวโค้ชเองเขารู้บทบาทหน้าที่และกติกาอย่างดี
ส่วนกรณีที่โค้ชโต่ยจะมีโอกาสขยับจากทีมชาติชุดใหญ่ลงมาคุมรุ่นไม่เกิน 23 ปีนั้น บิ๊กอ๊อด ตอบว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด เพราะทั้งสองทีมก็เหมือนเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งก็มีความเป็นไปว่าจะมีทั้งโค้ชใหม่ชุดยู23 ปี และใช้โค้ชชุดใหญ่ลงมาคุม รวมทั้งมีความเป็นไปได้ด้วยที่จะขยับโค้ชทีมรุ่นไม่เกิน 19 ปีขึ้นมาคุมทีมรุ่น 23 ปี เพราะโค้ชพวกนี้อยู่กับสมาคมมานาน และนักกีฬาทุกคนก็ผ่านโค้ชเหล่านี้มาแล้ว

