เอ่ยถึงสถานการณ์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ณ เวลานี้ เชื่อว่าเด็กผีต่างก็ใจจดใจจ่อรอฟังข่าวการแต่งตั้ง “โจเซ่ มูรินโญ่” อย่างเป็นทางการกันทั้งนั้น เพราะด้วยชื่อชั้นและผลงานในอดีตของ “เดอะ สเปเชียล วัน” ย่อมทำให้แฟนๆ ที่รอคอยแชมป์ใหญ่ๆ มานานถึง 3 ปีได้ติดตามทีมรักอย่างมั่นใจขึ้นบ้าง
อาจจะมีบ้างที่แอบเผื่อใจหรือหวั่นว่าด้วยคาแร็กเตอร์ของกุนซือชาวโปรตุกีส อาจจะทำให้เกิดปัญหาวุ่นๆ ตามมา แต่โดยส่วนใหญ่ต่างเชื่อมั่นคล้ายๆ กันว่า อย่างน้อยแมนฯยูในยุคนี้ก็น่าจะดีกว่าคราว “หลุยส์ ฟาน กัล” อย่างแน่นอน
แต่ในขณะที่กระแสส่วนใหญ่เทไปฝั่งนั้น กูรูลูกหนังและแฟนบอลบางคนก็อดตั้งคำถามถึงหนึ่งบุคคลที่เกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างตำนานสโมสร “ไรอัน กิ๊กส์” ไม่ได้ เพราะการมาของมูรินโญ่หมายถึงกิ๊กส์ยังต้องรองานในฝันของตัวเองต่อไป เหมือนกับที่ฝันค้างมาตั้งแต่สมัย “เดวิด มอยส์” เข้ามารับช่วงต่อจาก “เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” เมื่อปี 2013 นู่นแล้ว
แถมสื่อผู้ดีก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เมื่อเสนอข่าว(ลือ)ว่ามูรินโญ่อาจจะดึง “ซลาตัน อิบราฮิโมวิช” ดาวยิงชาวสวีดิชซึ่งเพิ่งว่างงานหลังหมดสัญญากับ “ปารีส แซงต์แชร์แมง” มาทำหน้าที่นักเตะควบตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้สถานะ “มือขวาผู้จัดการทีม” ของกิ๊กซี่สั่นคลอนมากขึ้นไปอีก
ว่าแล้วสื่อดังอย่าง “เดลี่ มิร์เรอร์” และ “เดลี่ เทเลกราฟ” จึงช่วยกันวิเคราะห์อนาคตของกิ๊กส์หลังจากใช้เวลาอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดมานาน 29 ปีเต็มตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะเยาวชนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป?

– ไปเสี่ยงดวงที่อื่น
แน่นอนว่าฝันสูงสุดของกิ๊กส์ก็คือการคุมทีมรักของตัวเอง และข่าวก่อนหน้านี้ก็ระบุว่ามูรินโญ่ตั้งใจจะรั้งตัวเขาไว้กับทีมต่อ แต่หลังจากรอคอยมานานหลายปี นอกจากเจ้าตัวจะเริ่มเบื่อแล้ว อดีตเพื่อนร่วมทีมหลายคนยังสนับสนุนให้เขาไปลองหาประสบการณ์ที่อื่นก่อน เช่น “ปีเตอร์ ชไมเคิล” อดีตนายทวารของปีศาจแดงซึ่งมองว่าการไปสร้างชื่อที่อื่นก่อนจะเป็นผลดีในระยะยาวให้กิ๊กส์กลับมารับงานในฝันของตัวเองในที่สุด
ซึ่งด้วยชื่อเสียงของอดีตแข้งชาวเวลส์ ทีมระดับกลางๆ ตาราง และทีมในลีกล่างต่างก็พร้อมเสนองานให้เขาอย่างไม่ลังเล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางเลือกนี้ก็อาจเป็นดาบสองคม เพราะถ้าไปรับงานที่อื่นแล้วไม่ประสบความสำเร็จจนเสียชื่อ โอกาสที่จะมาทำงานในถิ่นเก่า (ซึ่งยึดติดกับความสำเร็จค่อนข้างสูง) ย่อมยากยิ่งกว่าเดิม
จึงขึ้นอยู่กับตัวกิ๊กส์เองแล้วว่าจะคิดว่าตัวเอง “พร้อม” กับงานโค้ชแล้วหรือยัง
– ลดระดับไปทีมเยาวชนผีแดง
อดีตนักเตะดังหลายคน ก่อนจะขยับขึ้นไปคุมทีมหลักก็เคยผ่านงานคุมทีมระดับเยาวชนหรือทีมสำรองของสโมสรใหญ่ๆ มาแล้ว ยกตัวอย่าง “ซีเนอดีน ซีดาน” ตำนานแข้งชาวฝรั่งเศสซึ่งคุมทีมราชันชุดเล็ก ก่อนจะเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นนายใหญ่ราชันชุดขาวในปัจจุบัน แถมทำท่าจะไปได้สวยซะด้วย
กรณีของปีศาจแดงนั้น “วอร์เรน จอยซ์” โค้ชทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปีในปัจจุบัน กำลังโดน “แบล๊คเบิร์น โรเวอร์ส” ทาบทามไปนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมเต็มตัว จึงเป็นโอกาสดีสำหรับกิ๊กส์หากจะลองชิมลางกับงานดังกล่าว
ยิ่งถ้าเขาสามารถปั้นเด็กขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้ ตอนขยับขึ้นมารับงานที่โอลด์แทรฟฟอร์ดยิ่งเป็นผลดีกับการคุมเด็กของตัวเองอย่างต่อเนื่องต่อไป
– เบนเข็มสู่วงการโทรทัศน์
ในที่นี้หมายถึงการเดินตามรอยเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นราวคราวเดียวกัน อาทิ “แกรี่ เนวิลล์, เธียร์รี่ อองรี, เจมี่ คาร์ราเกอร์” และอีกมากมาย เพื่อทำหน้าที่ผู้บรรยายและวิเคราะห์เกมกับสถานีโทรทัศน์ดัง ไม่ว่าจะเป็น“บีที, สกาย สปอร์ตส์” หรือ “บีบีซี”
ช่วงที่มารับงานผู้ช่วยโค้ช กิ๊กส์มีโอกาสให้สัมภาษณ์ถึงเกมการแข่งขันหลังจบแมตช์บ่อยครั้ง และด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนานในวงการนี้ การมานั่งวิเคราะห์เกมจึงไม่น่าจะเป็นงานยากสำหรับเจ้าตัวแต่อย่างใด
และใช่ว่าเลือกงานคอมเมนเตเตอร์แล้วจะหมดโอกาสคุมทีมเสียเมื่อไร ดูอย่างแกรี่ เนวิลล์ ซึ่งโดน “บาเลนเซีย” ดึงตัวไปร่วมงานก่อนหน้านี้ก็ได้ (ถึงจะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม)
– งานคอลัมนิสต์
ถ้าไม่ถนัดอยู่หน้ากล้อง ก็ยังมีงานจับปากกาวิเคราะห์เกมตามสื่อสิ่งพิมพ์รออยู่ เหมือนกรณีของ “พอล สโคลส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์” และ “ร็อบบี้ ซาเวจ” ซึ่งต่างก็มีคอลัมน์ของตัวเองที่แฟนๆ ติดตามผ่านหน้าหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์กันทุกสัปดาห์
ซึ่งการทำหน้าที่ดังกล่าว แม้จะไม่โด่งดังเท่ากับงานทีวี แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้ชื่อเขายังปรากฏต่อสาธารณะ และเป็นเหมือนบันไดเชื่อมไปสู่งานอื่นๆ ในอนาคต
– พักเบรกชั่วคราว
หลังจากอยู่กับฟุตบอลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มานาน 29 ปีเต็ม และต้องเฝ้ารออนาคตที่ยังไม่มีอะไรแน่นอน บางทีการเว้นช่วงจากวงการลูกหนังไปสักระยะก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี อาจจะสักไม่กี่เดือนหรือนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับเจ้าตัว
การเว้นระยะห่างไปอาจช่วยให้เจ้าตัวเริ่มมองหาสิ่งใหม่ๆ หรือคิดถึงเรื่องธุรกิจส่วนตัวอื่นๆ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรม “โฮเต็ล ฟุตบอล” ที่เขาลงทุนสร้างอยู่ข้างๆ สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดนั่นปะไร
– เขียนหนังสือ
เกียรติประวัติและผลงานในฐานะนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่สุดของพรีเมียร์ลีกอังกฤษว่าน่าตื่นตาตื่นใจแล้ว เรื่องส่วนตัวของกิ๊กซี่กลับยิ่งมีสีสันยิ่งกว่า โดยเฉพาะประเด็นมากรักซึ่งกลายเป็นข่าวหน้า 1 ของแทบลอยด์กอสซิปทั่วประเทศมาแล้วหลายรอบ
เรียกว่าแทบจะการันตีขึ้นหิ้งเบสต์เซลเลอร์ได้เลย…ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าตัวจะยอมเปิดปากเล่าหรือเปล่าเท่านั้น!

