สกู๊ป : ผ่าเส้นทางทัพ ‘ชบาแก้ว’ ตะลุยศึกฟุตบอลโลกสมัย2

7.06.19 | 12:00 น.

นับถอยหลังเข้าสู่มหกรรมลูกหนังใหญ่ระดับโลกของทัพนักเตะ “ชบาแก้ว” ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเตรียมเข้าร่วมฟาดแข้งในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก “ฟีฟ่า วีเมนส์ เวิลด์ คัพ 2019” ที่ประเทศฝรั่งเศส ช่วงวันที่ 7 มิถุนายน-7 กรกฏาคมนี้…

นับเป็นการตีตั๋วผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายในศึกลูกหนังโลกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ภายใต้การคุมทัพ “โค้ชหนึ่ง” ดร.หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ยอดกุนซือหญิงไทย วัย 47 ปี ซึ่งเป็นกุนซือหญิงหนึ่งเดียวของไทยที่มีดีกรีโปรไลเซนส์

แต่ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ทีมแข้งสาวไทยต้องเจอกับงานหนักมากกว่าครั้งก่อน เมื่อถูกจับสลากแบ่งสายมาอยู่ร่วมกลุ่มเอฟกับ สหรัฐอเมริกา ดีกรีแชมป์โลก 3 สมัย และแชมป์เก่า, สวีเดน รองแชมป์โลก 1 สมัย และ ชิลี ทีมน้องใหม่

สำหรับ 23 ขุนพลทัพชบาแก้วชุดนี้มี 15 คนที่เคยผ่านประสบการฟุตบอลโลกครั้งก่อนมาแล้ว ขณะที่อีก 8 คน เป็นแข้งสาวดาวรุ่งหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาทดแทน และได้รับโอกาสเข้าร่วมฟาดแข้งลูกหนังหญิงโลกเป็นหนแรก

แกนหลักทีมฟุตบอลหญิงไทยชุดนี้ยังคงนำโดย “ทราย” วราภรณ์ บุญสิงห์ นายด่านสาวจอมเซฟที่แม้มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาโดยตลอด แต่ก็สามารถสลัดเดี้ยงกลับมาเฝ้าเสาช่วยทีมได้อีกครั้งในเวิลด์คัพ 2019

Advertisement

ขณะที่แดนหลังนำโดย “แอน” ดวงนภา ศรีตะลา กองหลังจอมเก๋า, “ตาล” ณัฐกานต์ ชินวงษ์ ปราการจอมแกร่ง, “แป๋ว” วารุณี เพ็ชรวิเศษ แบ๊กขวาจอมตะลุย และ “แนนซี่” สุนิสา สร้างไธสง แบ๊กซ้ายกัปตันทีม

ถัดมาในแดนกลางยังมี “ปิ่น” พิกุล เขื่อนเพ็ชร มิดฟิลด์เชิงสูง คอยบัญชาเกมร่วมกับ “หมิว” ศิลาวรรณ อินต๊ะมี ดาวเตะสาวหน้าหวานขวัญใจใครหลายคน ส่วนในตำแหน่งปีกมี “น้ำ” รัตติกาล ทองสมบัติ และ “ไหม” ธนีกานต์ แดงดา

ในแดนหน้าไว้ใจได้ที่ “เนตร” กาญจนา สังข์เงิน กองหน้าความเร็วสูง และ “ปุ๋ย” พิสมัย สอนไสย์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์มีเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้า, กองกลาง รวมไปถึงกองหลังอีกด้วย

ส่วนนักเตะหน้าใหม่ดาวรุ่งพุ่งแรงไฮไลท์อยู่ที่ 2 แข้งสาวลูกครึ่ง คือ “ทิฟฟานี่” ดารุณี สอนเผ่า ผู้รักษาประตูลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก และ “มิรันด้า” สุชาวดี นิลธำรงค์ กองหน้าลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่ถือว่าเป็นความหวังสำคัญ

รวมทั้งดาวรุ่งรายอื่นจะมีฝีเท้าโดดเด่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น “ซาร่า” อรพินท์ แหวนเงิน, “วิว” พรพิรุณ พิลาวัณ ซึ่งถือเป็นม้ามืดที่สอดแทรดขึ้นมาสู่ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สำหรับทีมคู่แข่งร่วมกลุ่มเอฟอย่าง สหรัฐอเมริกา นับเป็นต้นแบบของทีมฟุตบอลหญิงทั่วโลก ซึ่งมีทั้งสรีระร่างกายที่สูงใหญ่ ความแข็งแกร่ง รวมทั้งมีแทกติคการเล่นที่มีความหลากหลายรูปแบบการโจมตีทั้งบอลกับพื้น และบอลกลางอากาศ อีกทั้งยังผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ทุกครั้งนับตั้งเริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 1991

แข้งสาวมะกันชุดนี้นำทัพโดย คาร์ลี ลอยด์ กองหน้ากัปตันทีมจอมเก๋าวัย 36 ปี ซึ่งครองสถิติเดาวซัลโวอันดับ 5 หลังยิงไปแล้ว 105 ประตู รวมทั้งมี อเล็กซ์ มอร์แกน ดาวยิงวัย 29 ปีที่ยิงไปแล้ว 99 ประตู อีกทั้งยังมี จูลี่ เอิร์ตซ์ คุมเกมแดนกลาง และ เบ็คกี้ ซาเออร์บรันน์ คุมแนวรับ ทำให้ทีมชุดนี้แกร่งเต็มที่พร้อมป้องกันแชมป์โลกสมัยที่ 4

ขณะที่ สวีเดน เป็นอีกหนึ่งทีมชั้นนำจากทวีปยุโรปที่ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ครบทั้งหมด 6 สมัยเช่นเดียวกัน โดยที่ผ่านมาแข้งสาวไวกิ้งทำผลงานเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด และติดอยู่ในอันดับท็อป 10 ของโลกมาอย่างต่อเนื่อง

สวีเดน เคยคว้ารองแชมป์โลกเมื่อปี 2003 และยังอันดับ 3 ได้ถึง 2 สมัยเมื่อปี 1991, 2011 แต่พวกเธอยังไม่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์โลกเลย ทำให้ครั้งนี้ตั้งความหวังที่จะกรุยทางไปสู่แชมป์สมัยแรกให้ได้ ซึ่งทีมชุดนี้ยังคงนำทัพโดย แคโรไลน์ เซเกอร์ มิดฟิลด์กัปตันทีมจอมเก๋าวัย 34 ปี พร้อมกับผลักดันแข้งสาวดาวรุ่งรุ่นใหม่ขึ้นมาเสริมทัพด้วย

ด้าน ชิลี เป็นทีมน้องใหม่ที่สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ามารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกสมัยแรก ด้วยการคว้ารองแชมป์โซนอเมริกาใต้ในศึกโคปา อเมริกา เฟเมนิน่า 2018 ที่ประเทศชิลีเป็นเจ้าภาพเอง ซึ่งแม้ว่า ชิลีจะเป็นทีมน้องใหม่ในศึกฟุตบอลโลก 2019 แต่ก็ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างมาก

แข้งสาวชิลีเรียกได้ว่ามีฝีเท้าไม่ธรรมดา ซึ่งส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในทวีปยุโรปแทบทั้งสิ้น ทำให้มีประสบการณ์อยู่พอสมควร โดยแกนหลักชุดนี้จะนำโดย มาเรีย โฆเซ่ โรยาส กองหน้าวัย 31 ปี, คาเร็น อาราย่า มิดฟิลด์กัปตันทีม และ ฟรานซิสก้า ลาร่า แนวรับจอมแกร่ง

โปรแกรมเตะนัดแรก ทีมสาวไทยจะลงพบ สหรัฐอเมริกา ที่สนามสต๊าด โอกุสต์ เดอโลน เมืองแรงส์ วันที่ 12 มิถุนายน ตามเวลาไทย 02.00 น., นัดสอง พบ สวีเดน ที่สนามอลิอันซ์ ริวิเอรา เมืองนีซ วันที่ 16 มิถุนายน ตามเวลาไทย 20.00 น. และนัดสามชี้ชะตาพบ ชิลี ที่สนามโรอาซอง ปาร์ค เมืองแรนส์ วันที่ 21 มิถุนายน ตามเวลาไทย 02.00 น.

นับว่าเป็นคิวเตะที่ทรหดพอสมควร เพราะทั้ง 3 นัดกระจายไปเตะกันถึง 3 สนาม และย้ายไปถึง 3 เมือง ทำให้นักเตะสาวไทยจำเป็นที่จะต้องลงเตะ 1 นัด และต้องเก็บข้าวของย้ายเมืองไปลงเตะนัดต่อไป โดยมีเวลาพักเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นเองก่อนลงสนามนัดต่อไป

อย่างไรก็ตาม การดวลแข้งกับ สหรัฐอเมริกา และ สวีเดน นั้น ทีมสาวไทยเป็นรองทุกด้าน แต่สิ่งสำคัญก็คือ หัวใจที่พร้อมจะลงไปสู้ในสนาม แม้เราจะเป็นรอง แต่ถ้าสู้เต็มที่แล้ว ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ เพราะทุกคนได้เอาชนะแฟนบอลได้แล้ว

แต่ในนัดชี้ชะตากับ ชิลี นับเป็นเกมสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นการตัดสินโอกาสการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งแรก

จากรอบแรกทั้งหมด 6 กลุ่ม แบ่งออกเป็นกลุ่มละ 4 ทีม โดยจะคัดเอาทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบต่อไป รวมทั้งจะคัดเลือกเอาอันดับ 3 ที่ดีสุด 4 ทีมจากทั้งหมด 6 กลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปด้วย

ดังนั้นความหวังทีมสาวไทยคือการคว้าอันดับ 3 กลุ่มเอฟให้ได้ก่อน รวมทั้งจะต้องมีผลต่างประตูได้-เสีย ที่ดีอีกด้วย เพื่อลุ้นโอกาสในการคว้าอันดับ 3 ดีที่จาก 4 ทีมจากทั้งหมด 6 กลุ่มในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

เมื่อยังพอมองเห็นความหวังที่ปลายอุโมงค์เชื่อมั่นว่า นักเตะสาวไทยทุกคนจะพยายามทำหน้าที่กันอย่างสุดชีวิต เพื่อสานต่อภารกิจใหญ่ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการลูกหนังระดับโลกให้ได้อีกครั้ง

แต่จะสามารถจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ต้องติดตาม…

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน