‘โค้ชโต่ย’ขอรับผิดพา ‘ช้างศึก’จบบ๊วย ‘คิงส์คัพ’ แต่ยืนยันนักเตะทำเต็มที่แล้ว

8.06.19 | 18:28 น.

หลังจากเกมที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จบการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 ด้วยการเป็นทีมอันดับสุดท้าย จากการแพ้ให้กับ อินเดีย ทีมอันดับ 110 ของโลก ในเกมนัดชิงอันดับ 3 ที่ช้าง อารีนา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนนั้น

“โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า อันดับแรกเลยต้องขอโทษแฟนบอลที่ไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ และก็ขอรับผิดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว เพราะว่าน้องๆ นักเตะในทีมทุกคนทำผลงานอย่างเต็มที่แล้ว หลายๆ จังหวะทุกคนสู้กันเต็มที่ แต่มันไม่สามารถทำผลที่ต้องการได้

“อย่างที่เห็นในเกมว่า ไทยมีโอกาสยิงเยอะมากในเกมนี้ แต่ทว่าไม่สามารถจบสกอร์ได้ แถมลูกที่เสียประตูก็มาจากการเสียสมาธิง่ายๆ แต่สำคัญคือทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว”

โค้ชโต่ย กล่าวต่อว่า การที่จบทัวร์นาเมนต์แล้วไม่สามารถทำประตูได้เลยนั้น คงต้องประชุมกันอีกครั้ง แต่เรื่องของการจบสกอร์ของทีมนั้นเป็นปัญหาใหญ่ และมันก็มีผลมาจากสโมสร อยากให้ทุกสโมสรกลับไปพัฒนากองหน้าไทยกันด้วย

เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวเสริมว่า ในครั้งนี้ก็มีนักเตะหลายคนที่ทำผลงานได้ดี น้องใหม่อย่าง “เช็ค” สุภโชค สารชาติ หรือ “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ถือว่ามีอนาคต คนที่เป็นตัวหลักอย่าง อดิศร พรหมรักษ์ หรือสุพรรณ ทองสงค์ ก็ทำได้ตามมาตรฐาน ต้องยอมรับว่าที่เล่นกลางแดดร้อนๆ ทำให้สภาพนักเตะถดถอยลงไปเช่นกัน โดยรวมแล้วยังไม่พอใจเต็มร้อย หลายครั้งจังหวะมันฝืนธรรมชาติ ใช้จังหวะมากเกินไปยามบุกจากหลังมาหน้า ก็เป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงต่อไป

Advertisement

“ตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ต่อ ผ่านทั้งเอเชี่ยนคัพ, ไชน่า คัพ จนมาถึงคิงส์คัพนั้น ได้ประสบการณ์เยอะมากๆ ได้เจอกับโค้ชต่างๆ การวางแท็คติกที่หลากหลาย และได้บทเรียนในหลายๆ ครั้ง ได้รู้จักการแก้เกม การเตรียมความพร้อม ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนที่มหาศาลมากๆ สำหรับผม” โค้ชโต่ย กล่าวปิดท้าย

ด้าน อิกอร์ สติมัช เฮดโค้ชชาวโครเอเชียของอินเดีย กล่าวว่า แน่นอนว่าผลการแข่งขันวันนี้ทำให้มีความสุขมากๆ เห็นถึงความพยายามในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักเตะสามารถเล่นได้ตามแผนที่ฝึกซ้อมกันมา จึงทำให้ผลการแข่งขันออกมาเป็นเช่นนี้ และเป็นความภูมิใจของตัวเองเพราะนักเตะที่เหลือมามีซีเนียร์ไม่กี่คน ที่เหลือเป็นดาวรุ่ง และแสดงให้เห็นว่าพร้อมเบียดแย่งกันทุกตำแหน่ง

“จริงๆแล้วเกมนี้ผลออกได้ทุกหน้า เพียงแต่ไทยได้ครองเกมมากกว่าก็เพราะว่าอินเดียปล่อยให้ไทยครองเกมด้วย เกมวันนี้ใช้ผู้เล่นดาวรุ่งเยอะและนำเอาความสด ความกระหายมาใช้สู้กับทีมไทย ยิ่งนำก็ยิ่งแพ็คเกมให้ไทยเป็นฝ่ายบุก ต้องชมแนวรับที่วันนี้สมบูรณ์แบบมากๆ เป็นจุดที่แตกต่างระหว่างไทยกับอินเดีย” สติมัช กล่าว

เกมนี้นับเป็นการลงสนามนัดที่ 100 ของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา แต่ทว่าประตูเดียวที่เกิดขึ้นในวันนี้ เกิดในนาทีที่ 17 ของการแข่งขันจากการยิงของ อนิรุดห์ ธาปา ทำให้ช้างศึกจบอันดับที่ 4 ของศึกคิงส์คัพ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 ที่ไทยจบอันดับ 3 ร่วม รวมถึงยังไม่สามารถทำประตูได้เลยในการแข่งขันทั้ง 2 นัด

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน