เอ่ยชื่อ บราซิล กับกีฬา ฟุตบอล เหมือนเป็นของคู่กัน เพราะมีดีกรีแชมป์โลกสูงสุด 5 สมัยเป็นเครื่องการันตี
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปยังวงการฟุตบอลหญิง ทุกอย่างกลับไม่ราบรื่นสวยงามขนาดนั้น
จากประวัติการร่วมแข่งขัน ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก จนถึงขณะนี้เป็นครั้งที่ 8 แข้งสาวแซมบ้าเคยเข้าชิงแค่เพียงครั้งเดียว คือในปี 2007 ที่ประเทศจีน ซึ่งคราวนั้นพวกเธอปราชัยให้เยอรมนีไป 0-2 ประตู
อีกครั้งที่มีเหรียญติดมือกลับบ้านคือการคว้าอันดับ 3 ในปี 1999 ส่วนที่เหลือมีตั้งแต่ตกรอบแรกยันรอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ปีนี้เส้นทางของสาวแซมบ้าสิ้นสุดที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากพ่ายแพ้ให้เจ้าภาพ ฝรั่งเศส 1-2 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ
หลังจบเกมดังกล่าว มาร์ต้า กัปตันทีมและตำนานแข้งบราซิลวัย 33 ปี ออกมาตัดพ้อผ่านสื่อด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า อยากเห็นนักเตะรุ่นหลังทุ่มเทให้ทีมมากกว่านี้ เพราะฟุตบอลหญิงไม่ได้เป็นที่นิยมเหมือนฟุตบอลชาย การจะช่วยประคับประคองให้กีฬานี้อยู่รอดต่อไปได้ ทุกคนจำเป็นต้องช่วยเหลือกัน ผลักดันไปข้างหน้า มุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะ
มาร์ต้ากล่าวเป็นนัยๆ ว่า นักเตะรุ่นน้องยังไม่ทุ่มเทในการซ้อมมากเท่าที่ควร และยังไม่ตั้งใจมากเพียงพอ โดยกล่าวว่าทุกคนควรคำนึงถึงการดูแลตัวเองกว่านี้ ซ้อมให้มากกว่านี้ มุ่งมั่นจะคว้าชัยชนะมากกว่านี้ ไม่ใช่เตรียมตัวแค่มาลงสนาม 90 นาที แต่ต้องคิดเผื่อไปถึงการเล่นต่อเวลาอีก 30 นาทีด้วย
วันนี้ในวัย 33 ปี มาร์ต้ายังไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ไปจนถึงฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งหน้าหรือไม่ และปรารภว่า “จำไว้ว่ามาร์ต้าจะไม่คงอยู่ตลอดไป”
ในแง่สถิติและผลงานส่วนบุคคล ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เธอคือนักเตะหญิงที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังโลก

เธอเป็นเจ้าของรางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมของโลกถึง 6 สมัย เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ไม่ว่าชายหรือหญิงที่ยิงประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ถึง 5 ทัวร์นาเมนต์
และในการลงสนามนัดก่อน มาร์ต้าก็เพิ่งทำสถิติยิงประตูรวมในฟุตบอลโลกถึง 17 ประตู เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลไม่ว่าชายหรือหญิง เหนือกว่าสถิติของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ดาวซัลโวอินทรีเหล็ก เจ้าของสถิติของบอลโลกฝ่ายชายอยู่ 1 ประตู
อย่างไรก็ตาม เมื่อฟุตบอลเป็นกีฬาประเภททีม การเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมเพียงคนเดียวในทีมอาจไม่มีความหมายมากนัก โดยนอกจากจะไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกแล้ว มาร์ต้ายังไม่เคยได้หยิบเหรียญทองโอลิมปิกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเกียรติยศสูงสุดของวงการฟุตบอลหญิงมาครองเช่นกัน เมื่อบราซิลในยุคของเธอทำได้แค่เหรียญเงินในโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัยในปี 2004 และ 2008
นอกจากการทำเพื่อประเทศชาติแล้ว มาร์ต้าในฐานะซุปเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลหญิงเป็นอีกหนึ่งคนที่พยายามออกมาเรียกร้องความเสมอภาคและเท่าเทียมระหว่างฟุตบอลหญิงและชาย
มาร์ต้าหวังว่าสถิติส่วนบุคคลของเธอที่เพิ่งยิงประตูในเวิลด์คัพได้ถึง 17 ลูก จะช่วยแสดงพลังของวงการฟุตบอลหญิงให้เป็นที่ประจักษ์ รวมถึงการแสดงให้เห็นว่าถึงจะเป็นกีฬาหนักๆ ผู้หญิงก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย
ในท้ายที่สุด ตำนานแข้งแซมบ้ากล่าวว่า อย่างน้อยตนและเพื่อนร่วมทีมหลายคนก็ทำเต็มที่แล้ว ถึงจะตกรอบก็จะเก็บความรู้สึกที่สู้จนถึงที่สุดเอาไว้
ส่วนที่ว่าเธอจะได้กลับมาร่วมแข่งขันอีกครั้งในอีก 4 ปีข้างหน้าในวัย 37 ปีหรือไม่ เจ้าตัวไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้
แต่ก็ได้แต่หวังว่าน้ำตาในสนามวันนั้นจะช่วยจุดประกายให้รุ่นน้องๆ ได้ยืนหยัดขึ้นมาช่วยกันยกระดับวงการฟุตบอลหญิงของประเทศให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
…เพื่อไปให้ถึงเกียรติยศสูงสุดที่สุดยอดตำนานอย่างเธอไม่เคยได้สัมผัสในสักวันหนึ่ง
ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
![]()


