‘ช้างศึก’วาง ‘มุ้ย-เจ-ก้อง-เย็น’ล่าตาข่าย ‘ซีเรีย’-สถิติไทยข่มมิด-ตรึงกำลังนับพันคุมเข้มความปลอดภัย’คิงส์คัพ’

1.06.16 | 17:40 น.

ความเคลื่อนไหวขุนพล “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่เตรียมประเดิมสนามศึกชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 44 พบกับซีเรีย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 20.00 น. นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยังคงนำลูกทีมลงฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดยได้มีการลองแท็คติกต่างๆ ที่จะใช้กับซีเรีย ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการซ้อมยิงประตู

หลังการฝึกซ้อม ซิโก้ กล่าวว่า นักเตะในทีม ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ถือว่าสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ศึกษาการเล่นของ ซีเรีย จากการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่อยู่กลุ่มอี ถือว่าไม่ธรรมดา ตลอด 8 นัด แพ้แค่ ญี่ปุ่น นอกนั้นชนะรวด ยิงได้ถึง 26 ประตู แสดงถึงเกมรุกที่เฉียบคม และแม้ในเกมแพ้แข้งซามูไร ที่สนามกลางประเทศโอมาน 0-3 และที่ญี่ปุ่น 0-5 สกอร์อาจขาด ทว่ารูปเกมก็ไม่ได้เป็นรองนัก ล่าสุดซีเรียอุ่นเครื่องแพ้เวียดนาม 0-2 ที่กรุงฮานอย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ผลการแข่งขันดังกล่าว ไม่ได้การันตีว่า ไทย จะชนะ ซีเรีย ไปด้วย การแพ้ทีมญวน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักเตะจากตะวันออกกลาง ยังปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศไม่ได้ แต่ในการแข่งคิงสคัพ จะปรับตัวได้แล้ว

“ซีเรียมีนักเตะที่รูปร่างสูงใหญ่ เทคนิคดี แต่จะเห็นได้ว่าจุดอ่อนคือพละกำลัง สามารถวิ่งเต็มที่ได้ราว 80 นาที ซึ่งจุดนี้ เข้าทางจุดแข็งของไทยพอดี ที่พร้อมใช้ความฟิต บดขยี้ในช่วงท้ายเกม เหมือนที่แข้งช้างศึก เคยทำได้ในหลายๆแมตช์ที่ผ่านมา ถึงเวลานี้ มั่นใจว่าจะคว้าชัยชนะไว้ได้” ซิโก้กล่าว

ส่วนการเตรียมทีมแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้ายนั้น ซิโก้ บอกว่า เมื่อจบคิงส์คัพ จะเรียกรายงานตัวอีกที 21 สิงหาคม เพื่อเดินทางไปกาตาร์ ก่อนลงแข่งอุ่นเครื่องกับ กาตาร์ 24 สิงหาคม จากนั้น 29 สิงหาคม เดินทางเข้าประเทศซาอุดิอาระเบีย เตรียมแข่งบอลโลกนัดแรกกับ ซาอุ วันที่ 1 กันยายน ซึ่งถือว่า ไทย มีเวลาพอสมควรในการเตรียมตัว ยอมรับว่าเป็นรอง แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ตามแบ่งแต้มกลับมาให้ได้

Advertisement

ผู้เล่น 11 คนแรก ของทีมชาติไทย คาดว่าจะลงเล่นระบบ 4-3-3 ดังนี้ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), กองหลังจากซ้าย ธีราทร บุญมาทัน(กัปตันทีม), ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, ทริสตอง โด, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, สรรวัชญ์ เดชมิตร, “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, ตัวรุกริมเส้น ซ้าย-ขวา เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, มงคล ทศไกร โดยมี “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา เป็นกองหน้าตัวเป้า

ด้าน ซีเรีย ของกุนซือ อายมาน ฮาคีม เป็น 1 ใน 12 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบ 3 ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย ผลงานล่าสุดเกมอุ่นเครื่องเมื่อ 31 พฤษภาคม พ่าย “ดาวทอง” เวียดนาม ที่กรุงฮานอย 0-2 ทีมจะนำโดยจอมทัพ โอซามา โอมารี, ซันฮาริบ มัลกี กองหน้าตัวเก๋า และนายทวารกัปตันทีม โมซาบ บัลฮูส ส่วน โอมาร์ คริบิน ที่ยิงไป 7 ประตู ในบอลโลก รอบ 2 เอเชีย เป็นดาวซัลโวของทีม ไม่มีชื่อในชุดนี้

ขณะที่สถิติการพบกันของทีมชุดใหญ่ 2 ทีมนี้ ตามที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) บันทึกไว้ เคยเจอกัน 4 ครั้ง ไทย ไม่เคยแพ้ ชนะ 3 เสมอ 1

ส่วนอีกคู่หนึ่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) พบ จอร์แดน เตะเวลา 17.00 น. โดยรายการนี้หากเสมอกัน 90 นาที จะยิงจุดโทษทันที ไม่มีการต่อเวลาพิเศษ ซึ่งผู้ชนะจะไปชิงชนะเลิศ ส่วนผู้แพ้ชิงที่ 3 วันที่ 5 มิถุนายน ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ตรึงจนท.พันนายดูแลคิงส์คัพ
นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ฝ่ายจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า เนื่องจากชาติที่มาร่วมแข่งขันในครั้งนี้เป็นชาติจากตะวันออกกลางแทบทั้งสิ้น จึงได้มีการวาระบบการรักษาความปลอดภัยไว้เต็มรูปแบบ ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ตำรวจ, ทหาร และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด รวมๆ แล้วกว่า 1,000 คน ส่วนเรื่องการขายบัตรเกินราคา จะมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยเดินตรวจตลอดเวลา หากเจอพร้อมจับดำเนินดคีตามกฎหมายแน่นอน