‘กิเลน’ ยิงทดเจ็บแซง ‘แบงค็อก’ 3-2 ‘บุรีรัมย์’ สะดุดเจ๊าในบ้าน – ‘ฉลามชล’ เขี้ยวหัก

7.07.19 | 20:53 น.

การแข่งขันฟุตบอล “ไทยลีก” ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม มีฟาดแข้ง 4 คู่ โดยไฮไลต์สำคัญเป็นคู่ “บิ๊กแมตช์” ประจำสัปดาห์อยู่ที่เกมเตะที่เอสซีจี สเตเดียม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับมือ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด

เมืองทองฯ ส่ง 3 แข้งใหม่ แดร์เลย์, บรูโน่ กัลโล่ และ ไดสุเกะ ซาโตะ ประเดิมสนามเป็นตัวจริงพร้อมกัน ขณะที่ดาวดังรายอื่นๆ อยู่ครบนำโดยกัปตันทีม ธีรศิลป์ แดงดา, ดัง วัน ลัม, สารัช อยู่เย็น, ชารีล ชัปปุยส์ และ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ด้านทีมเยือนยังให้สมาชิกใหม่อย่าง ชนานันท์ ป้อมบุปผา เริ่มต้นด้วยการนั่งสำรอง ทว่าจัดเต็มตัวหลักทั้ง มิก้า ชูนวลศรี, ปกเกล้า อนันต์, เนลสัน โบนีญ่า และ วานเดอร์ หลุยส์

ครึ่งแรก ทั้งสองทีมเดินหน้าลุยใส่กันทันที และเจ้าบ้านหวิดได้เฮจากจังหวะต่อบอลสุดสวยใน น.12 เมื่อ ธีรศิลป์ ตบจากซ้ายคืนให้ เฮแบร์ตี้ ชิ่งต่อไปยัง ชารีล ชัปปุยส์ กระแทกเข้ากลางให้ แดร์เลย์ ทว่าจังหวะสับไกมี พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา เด็กเก่าบล็อกหวุดหวิด

กลายเป็นแข้งเทพที่ขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 19 เมื่อ ปกเกล้า เก็บตกจากจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม ก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษลูกพุ่งเสียบมุมซ้ายมือ ดัง วัน ลัม เข้าไป

จากนั้นนาที 22 อเล็กซานเดร กาม่า โค้ชเมืองทองฯ ต้องขยับเปลี่ยนตัวคนแรกเมื่อ ซาโตะ แบ็กซ้ายมีอาการเจ็บ ทำให้ต้องส่งแข้งใหม่อีกรายอย่าง เออร์เนสโต้ ภูมิภา ลงเจอทีมเก่า

Advertisement

กิเลนผยอง เร่งเครื่อง ขณะที่ ทรู บียู รอโต้กลับ และเกือบได้เพิ่ม เมื่อ โบนีญ่า ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนตัดเข้าในแล้วซัดด้วยขวา ทว่าติด อดิศร พรมรักษ์ ที่โหม่งสกัดทิ้งไปในนาที 28 ก่อน ชัปปุยส์ จะโดนใบเหลืองจากการไปสกัด วานเดอร์ หลุยส์

นาที 32 เมืองทองฯ น่าได้สุดๆ เมื่อ ธีรศิลป์ ได้โขกชงเข้ากลางให แดร์เลย์ โหม่งจ่อๆ ระยะเผาขน ทว่าไม่ถนัด ลูกหลุดกรอบไปเหลือเชื่อ

แฟนบอลเจ้าถิ่นส่งเสียงโห่ให้ผู้ตัดสินเพราะไม่พอใจที่ เฮแบร์ตี้ กับ โอ บัน ซอก โดนฟาวล์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทว่าไม่มีใบเหลือง กระทั่งนาที 40 ใบเหลืองของทีมเยือนก็ออกจนได้ โดย มิก้า รับไปจากการฟาวล์ ธีรศิลป์ ก่อน ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ของ เมืองทองฯ โดนใบเหลืองไปอีกราย

นาทีที่ 42 เมืองทองฯ ตามตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ เออร์เนสโต้ เปิดจากซ้ายเข้ากลาง กองหลังทีมเยือนสกัดไม่ดี กลายเป็นเข้าทาง บรูโน่ กัลโล่ ที่ซัดเสียบมุมเข้าไป นับเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อ กิเผลนยอง จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ในครึ่งแรก

ครึ่งหลัง เมืองทองฯ เดินหน้าลุยทันที นาที 52 ธีรศิลป์ โหม่ชงให้ เฮแบร์ตี้ วอลเล่ย์หน้ากรอบเขตโทษ แต่โดนไม่ดี เลยเข้ามือนายทวารทีมเยือนอย่างน่าเสียดาย

นาที 55 แข้งเทพขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากความสามารถเฉพาะตัวของ โบนีญ่า ที่ได้บอลในกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนแหวกทั้ง อดิศร และ กัลโล่ ตัดเข้าในแล้วยิงเสยตาข่ายเข้าไป นับเป็นประตูที่ 12 ของเจ้าตัวในไทยลีกฤดูกาลนี้

หลังเสียประตู เจ้าบ้านเร่งเครื่องหวังเอาคืนให้ได้ นาทีที่ 60 ศุภนันท์ เติมขึ้นมาซัด แต่ยังตรงตัว ไมเคิ่ล ฟาลเคสการ์ด ก่อนที่ในจังหวะถัดมา มือกาวทีมเยือน จะออกแรงรับลูกปั่นของ เฮแบร์ตี้ ได้อีก

นาที 65 กาม่า ปรับหมากด้วยการถอด กัลโล่ คนทำประตูออกแล้วส่งกองหน้าอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร ลงเติมเกมรุก ถัดมาอีกแค่ 3 นาทีเมืองทองฯ ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ ชัปปุยส์ หลุดเข้าไปซัดก่อนติดเซฟ บอลทะลักมาเข้าทาง ธีรศิลป์ ที่ซัดจาก 12 หลาพุ่งเช็ดเสาไม่เหลือซาก ทำให้สกอร์เท่ากัน 2-2

ช่วงทดเจ็บเอสซีจี เมืองทองฯ ได้ประตูชัยชนะไป 3-2 จากการตะบันสุดสวยด้วยเท้าซ้ายของ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส บอลส่ายเสียบเสาอย่างงดงามทำให้เมืองทองฯ ชนะไปสุดมัน 3-2

ส่วนผลคู่อื่น

เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-1

สมุทรปราการ ซิตี้ ชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี 0-0