‘รมว.พิพัฒน์’ เน้นกระจายวิทย์กีฬาสู่ภูมิภาค ‘ผู้ว่าฯก้องศักด’ เผยพร้อมสานนโยบายรัฐบาล ‘ไร้รอยต่อ’

24.07.19 | 11:47 น.

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า สำหรับแผนนโยบายด้านกีฬาของรัฐบาลชุดใหม่นั้น ส่วนตัวก็ได้อ่านดูรายละเอียดแล้ว ซึ่งแนวทางก็ยังคงยึดตามรูปแบบเดิม โดยสาระสำคัญคือ การเน้นเรื่องการออกกำลังกาย เรื่องสุขภาพ เรื่องการพัฒนาทรัพยการบุคคลทางด้านกีฬาต่อยอดจากกีฬาเป็นเลิศไปสู่กีฬาอาชีพ และการสร้างอุตสาหกรรมกีฬา ซึ่งก็ถือเป็นแนวทางที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ให้แนวทางไว้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการสานต่อนโยบายต่างๆ คิดว่าจะมีความคล่องตัว เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย

ดร.ก้องศักด กล่าวอีกว่า กกท.ยึดถือแนวทางนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้อยู่แล้ว มาจนถึงรัฐบาลชุดนี้แนวทางนโยบายก็มีความเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกัน โดยส่วนตัวเห็นว่า เป็นแนวทางที่เหมาะสม และสามารถที่จะผลักดันแนวทางต่างๆ ต่อเนื่องไปได้ ส่วน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่นั้น ได้สั่งการให้เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬานำไปสู่ภูมิภาค และการกระจายองค์ความรู้วิทยาการด้านกีฬาต่างๆ ลงไปสู่ภูมิภาคให้ได้มากที่สุด ซึ่งทาง กกท.ก็มีแผนที่จะกระจายศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาไปสู่ภูมิภาคอยู่แล้ว

“เราวางแผนที่จะกระจายศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาลงไปสู่ระดับภูมิภาค 5 ภาค และก็มีศูนย์ย่อยๆ ในหลายจังหวัดที่เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีต้องการที่จะเน้นการสร้างศักยภาพสร้างนักกีฬาในระดับภูมิภาคให้ขึ้นมามากยิ่งขึ้น รวมทั้งท่านรัฐมนตรีก็เน้นเรื่องการสร้างอุตสาหกรรมกีฬา เพราะตามแนวนโยบายก็มีการพูดถึงการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับประเทศ” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท.กล่าวเพิ่มเติมว่า รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาต้องการให้มีการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรมกีฬา ซึ่งส่วนหนึ่งก็จะเป็นเรื่องการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยจะเป็นเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ต่างๆ และต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ เช่น โมโตจีพี ดังนั้นในอนาคตก็จะมีมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ เข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น เพื่อที่จะกระตุ้นกระแสความตื่นตัว และกระตุ้นด้านอุตสาหกรรมกีฬาให้มากขึ้น

ดร.ก้องศักด กล่าวถึงทัพนักกีฬาไทยที่เตรียมจะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ตุลาคมนี้ว่า สำหรับเป้าหมายเจ้าเหรียญทองก็คงต้องแยกตามชนิดกีฬาที่เป็นสากล หรือกีฬาพื้นบ้าน อีกทั้งก็ต้องแยกละเอียดลงไปอีกว่า ชนิดกีฬาสากลที่ทัพไทยมีความหวังเหรียญทองทางฟิลิปปินส์จัดการแข่งขันหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็อยากให้แฟนกีฬาไทยที่ติดตามให้แยกตามชนิดกีฬาด้วย ซึ่งก็อยากให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญานในการติดตามเชียร์ทัพไทยด้วย

Advertisement

“ผมอยากที่จะเน้นในเรื่องการเปรียบเทียบสถิติของนักกีฬาไทยว่าเราทำผลงานดีขึ้นหรือไม่ นักกีฬาแต่ละคนมีพัฒนาการขึ้นหรือไม่ และนำสถิตินี้ไปเปรียบเทียบกับในระดับโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ว่า เราพอที่จะไปถึงจุดนั้นได้ไหม เราพัฒนาขึ้นขนาดไหน แต่ในซีเกมส์ไม่อยากให้ไปเน้นในเรื่องเหรียญรวมมากนัก และอยากให้ตามเรื่องพัฒนาการของนักกีฬาไทยมากกว่า” ผู้ว่าการ กกท.กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน