‘บิ๊กติ’ อธิบดีกรมพลศึกษาดัน ‘กองทุนกีฬา’จ่ายอัดฉีดสกูลเกมส์

24.07.19 | 15:52 น.

“บิ๊กติ” นายสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทัพนักกีฬาไทย เปิดเผยว่า ก่อนมาแข่งขันยอมรับว่ารู้สึกกังวลว่าเราจะทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 27 ทอง แต่นักกีฬาไทยเราร่วมแรงร่วมใจกัน ตั้งใจที่จะนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทยทำให้ประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดคว้ามาได้ถึง 33 ทองสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ต้องขอบคุณนักกีฬาที่ทุ่มเทร่วมแรงร่วมใจกัน ส่วนตัวคิดว่าปัจจัยความสำเร็จของทัพไทยเกิดจากความตั้งใจ มั่นใจด้วยความที่ทุกคนมีธงไตรรงค์อยู่บนอกเสื้อทำให้ทุกคนมีความฮึกเหิมที่จะลงแข่งขันอย่างเต็มที่

นายสันติกล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการต่อยอดนักกีฬาไทยชุดนี้ กรมพลศึกษา พร้อมจะเป็นหน่วยงานกลางส่งข้อมูลให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันเบิกทางความสำเร็จให้กับนักกีฬาไทยชุดนี้ อีกประการหนึ่งที่สำคัญอย่างมากคือ กรมพลศึกษา มีความต้องการที่จะเสนอขอให้คณะกรรมการบอร์ด กกท. และคณะกรรมการบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนงบประมาณเก็บตัว ส่งแข่งขัน และเงินรางวัลในรูปแบบของทุนการศึกษา ให้กับนักกีฬาอาเซียนสกูลเกมส์ของไทยในครั้งต่อๆ ไป เพราะนักกีฬานักเรียนไทยเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากีฬาไทยในทุกมิติ เรื่อนี้ตนจะหารือกับทางผู้ใหญ่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อผลักดันให้สำเร็จ เพราะคิดว่าเงินของกองทุนกีฬาน่าจะต้องสนับสนุนนักกีฬาไทยในทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง

อธิบดีกรมพลศึกษากล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางยกมาตรฐานกีฬานักเรียนในประเทศไทย มีนโยบายนำกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติกลับมาจัดที่กรุงเทพฯ ในปี 2563 เพื่อให้นักกีฬาทุกเขตได้แข่งในสนามที่ได้มาตรฐาน สุดท้ายคือ การส่งนักกีฬานักเรียนไทยไปแข่งขันต่อยอดในระดับเอเชีย ซึ่งโปรแกรมหลังจากนี้จะมี สควอชนักเรียนเอเชีย ที่ญี่ปุ่น เดือนสิงหาคม, เทเบิลเทนนิสนักเรียนเอเชีย ที่อินเดีย, ฟุตซอลนักเรียนชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 1 ที่นิมิบุตร สนามกีฬาปทุมวัน ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ สุดท้ายคือ ปลายเดือนกันยายน นักกีฬานักเรียนไทยได้รับเชิญไปแข่งขันรายการนานาชาติ ที่รัสเซีย