‘ยามาฮ่า’ ปลื้มนักซิ่งไทยลุย8ชม.เร่งแก้ข้อผิดพลาดลั่นปีหน้าเจ๋งได้อีก

29.07.19 | 16:29 น.

หลังการแข่งขันจักรยานยนต์ มาราธอน “ซูซูกะ 8 ชม. เอ็นดูรานซ์ 2019” ที่เมืองซูซูกะ ประเทศญี่ปุ่น จบลงโดยทีม โคชิเอน ยามาฮ่า เอ็นดูรานซ์ อาเซียน เข้าป้ายอันดับ 29 ในการแข่งขันเป็นปีแรก และจบอันดับ 5 ในรุ่น ซูเปอร์สตอกนั้น

นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขัน 8 ชม. ครั้งแรกนั้น ยอมรับว่ายากกว่าการแข่ง 4 ชม. ซึ่งเราได้แชมป์มาสองปีซ้อนมาก จากตอนแรกที่คิดว่าแค่เวลาเพิ่มขึ้น แต่กลายเป็นว่ายากขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า เพราะมีปัญหาด้านเทคนิค ปัญหาเรื่องสภาพความฟิตของนักขับ เป็นประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้

“ในช่วงแรกมีปัญหาด้านเทคนิคเกี่ยวกับท่อจ่ายน้ำมัน ตอนแรกเข้าพิทมา พยายามแก้ไขก็ไม่หาย สุดท้ายช่างต้องแก้ด้วยการเปลี่ยนถังน้ำมันใหม่ เมื่อแก้ไขแล้วกว่าจะกลับออกไปแข่งอันดับเราก็ตกลงไปรั้งท้าย แต่ก็พยายามไล่ทำอันดับขึ้นมาจนสุดท้ายก็คว้าอันดับ 5 ในรุ่นเอสเอสที และอันดับ 29 จากรถ 64 คัน ก็ถือว่านักกีฬาทำได้อย่างยอดเยี่ยม อีกปัญหาที่พบคือเรื่องสภาพความฟิตของนักกีฬา “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ มีอาการฮีตสโตรก จนต้องส่งห้องพยาบาลให้น้ำเกลือ และฉีดยาให้หลับ เป็นบทเรียนให้รู้ว่าในการแข่งขันครั้งต่อๆ ไป ต้องฟิตซ้อมสภาพร่างกายให้พร้อมกว่านี้”

“ส่วนผลงานในการแข่งขัน 8 ชั่วโมงครั้งแรกนั้น จริงๆ ต้องบอกว่าเราหวังถึงแชมป์หรือขึ้นโพเดียม แต่การติดอันดับท็อป 5 ของรุ่นนี้ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ต้องขอโทษแฟนๆ ที่ไปไม่ถึงโพเดียม จะพยายามทำให้สำเร็จในปีหน้า” นายธีระพงษ์กล่าว

ด้าน “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดของทีม เปิดเผยว่า ตอนขับๆ ไปได้ไม่กี่รอบ มีอาการเร่งเครื่องไม่ขึ้น ต้องกลับเข้าพิท แก้แล้วก็ยังมีปัญหาจึงต้องเปลี่ยนถังน้ำมัน แม้อันดับจะตก แต่ทุกคนก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ เราในฐานะนักแข่งก็ต้องทำให้ดีที่สุด หากมีโอกาสได้กลับมาแข่งรายการนี้อีกก็จะเอาประสบการณ์ที่ได้รับมาแก้ไขปรับปรุงและทำให้ดีขึ้น

Advertisement

ส่วน “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ กล่าวว่า อาการป่วยที่เกิดขึ้นมีอาการในการขับช่วงที่ 2 ของตัวเอง โดยเดิมกำหนดว่าแสตมป์กับตนจะผลัดกันวิ่งคนละ 1 ชั่วโมง รวมคนละ 3 ชั่วโมง สลับกับ ชินอิจิ นากาโทมิ นักขับชาวญี่ปุ่น ที่จะวิ่งรวม 2 ชั่วโมง โดยตนต้องขี่เป็นผลัดสุดท้าย แต่เมื่อขี่ช่วงที่ 2 ไปได้ราว 40 นาที ก็ต้องออกจากการแข่งขัน กลายเป็นนากาโทมิ ต้องขี่มากที่สุดแทน โดยทีแรกนั้น รู้สึกมีอาการล้า แต่ก็คิดว่ายังไหวเลยแข่งต่ออีก 4 รอบ หลังจากนั้น เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วเลยเข้าพิท พอยืนได้สักพักก็มีอาการตะคริวที่ขาทั้ง 2 ข้าง จนทีมงานต้องมาช่วย แพทย์บอกว่าเป็นอาการขาดน้ำ ขาดเกลือแร่ ไม่เคยเกิดกับตัวเองมาก่อน เป็นบทเรียนสำหรับครั้งต่อๆ ไป