‘เฮียต่าย’ ประกาศปลดโค้ชฟิลิปปินส์พ้นทีมบาสเกตบอลสาวไทย

30.07.19 | 06:00 น.

ตามที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ หรือ “ฟีบ้า” ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี “ฟีบ้า ยู-19 วูเมนส์ บาสเกตบอล เวิลด์ คัพ 2019” ระหว่างวันที่ 20-28 กรกฎาคม ที่สนามบาสเกตบอลอาคารกีฬาเวสน์ 1-2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งมีตัวแทน 16 ชาติจากทวีปต่างๆ ร่วมเข้ามาชิงชัยนั้น ล่าสุดผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ปรากฎว่า ทีมชาติสหรัฐอเมริกา สามารถเอาชนะ ทีมชาติออสเตรเลีย ไปได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 74-70 หลังเสมอกันในเวลา 4 ควอเตอร์ 66-66 ส่งผลให้ทีมบาสเกตบอลหญิง ยู-19 ของสหรัฐอเมริกาครองแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 8 มากที่สุดตั้งแต่ทำการจัดแข่งขันมา ส่วนชูตสาวยู-19 ไทยจบรายการนี้ด้วยอันดับที่ 16 อันดับสุดท้ายของการแข่งขันหลังแข่ง 7 เกม แพ้รวดทุกเกม

“เฮียต่าย” นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องพูดตามตรงว่าผลงานของทีมตัวแทนประเทศไทยชุดนี้ถือว่าสอบไม่ผ่าน เป็นเรื่องจริงที่สภาพทีมมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บระหว่างแข่งขัน 2-3 คน แต่อีกมุมหนึ่งคือหากสังเกตจะพบว่าตลอด 7 เกมที่ทีมหญิงไทยลงทำการแข่งขันในช่วง 2 ควอเตอร์แรกแทบจะไม่แพ้ใครเลย แต่พอเข้าควอเตอร์ 3-4 เท่านั้นจะกลับมาเป็นรองคู่แข่งจนแพ้ทุกเกม สิ่งนี้คือสิ่งที่ทาง “โค้ชอีริค” เฟเดริโก แซมสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวฟิลิปปินส์เขาแก้ไม่ได้ ดังนั้นจากที่วางแผนเอาไว้ว่าจะให้เขาคุมทีมชาติหญิงชุดใหญ่ในมหกรรมซีเกมส์ปลายปีนี้ด้วยก็คงจะต้องเปลี่ยนไปหาโค้ชคนใหม่แทน ซึ่งทีมงานชุดใหม่ที่จะเข้ามาก็จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลสภาพร่างกายของนักกีฬาให้แข็งแกร่งกว่าที่เป็นตอนนี้ เพราะจุดอ่อนที่เห็นในรายการนี้คือผู้เล่นไทยจะยุบในช่วงควอเตอร์ 3-4

นอกจากนี้ ประมุขยัดห่วงไทยยังกล่าวขอวิงวอนให้ระดับมหาวิทยาลัยทุกสถาบันโปรดให้ความร่วมมือปล่อยตัวนักกีฬามาร่วมเล่นกับทีมชาติ เพราะในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้นั้นเจ้าภาพคือฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นคู่ต่อสู้อันดับ 1 ของประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ตนเชื่อว่าศักยภาพของเด็กไทย ณ ปัจจุบันสามารถจะเบียดสู้ได้ หากแต่ทุกฝ่ายในประเทศไทยให้ความร่วมมือกัน ส่งบุคลากรเข้ามาร่วมกับแคมป์ทีมชาติ แล้วทุกฝ่ายสู้ไปด้วยกัน เหรียญทองที่ฟิลิปปินส์ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป