หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สองล้อเดินหน้...

สองล้อเดินหน้าส่งเสือภูเขาลุย 2 ศึกใหญ่โค้ชมั่นใจที่มาเลเซียมีเหรียญเกือบทุกคน

30.07.19 | 19:13 น.

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการต้อนรับนักกีฬาจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย ซึ่งเดินทางกลับจากการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย รายการ ASIAN MOUNTAIN BIKE CONTINENTAL CHAMPIONSHIPS 2019 ที่เมืองคีฟเฟอดีเบน ประเทศเลบานอน เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยทัพนักปั่นไทยทำผลงานสุดยอดด้วยการคว้า 2 เหรียญทองจาก วิภาวี ดีคาบาเลส ประเภทดาวน์ฮิล ประชาชนหญิง ซึ่งนับเป็นแชมป์สมัยที่ 6 แล้ว อีกหนึ่งเหรียญได้จาก เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ ประเภทดาวน์ฮิล ประชาชนชาย กับ 2 เหรียญเงินจาก ศิรภัสสร ชาติกำเนิด ประเภทดาวน์ฮิล ประชาชนหญิง, นาตาลี ปัญญาวัน ประเภทคอรสคันทรี่ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง และ 1 เหรียญทองแดง จาก ยลธนันท์ พลกล้า ประเภทคอรสคันทรี่ เยาวชนหญิง

หลังจากนั้น พล.อ.เดชา ได้ให้ผู้ฝึกสอน นำโดย เรืออากาศเอกสุภัทร ศรีไสว หัวหน้าผู้ฝึกสอน จัดการประชุมทันทีที่ห้องประชุมสมาคมกีฬาจักรยานฯ เพื่อเตรียมการส่งนักกีฬาไปสู้ศึกใหญ่ระดับโลก 2 รายการในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และต้นเดือนกันยายน รวมทั้งการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปลายปี้นี้ ก่อนจะจัดเลี้ยงฉลองชัยให้คณะนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทุกคน

พล.อ.เดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง เราต้องส่งนักกีฬาไปแข่งขันอยู่ตลอดเวลา หากหยุดนิ่งอยู่กับที่จะไม่เกิดการพัฒนา สำหรับการแข่งขัน 2 รายการดังกล่าวที่สมาคมฯ จะส่งนักกีฬาไปแข่ง ได้แก่ การแข่งขันจักรยานเสือภูเขา เอเชีย เมาเท่นไบค์ ซีรี่ส์ (Asia Mountain Bike Series) ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคม และการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์โลก “ยูซีไอ เมาเท่นไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” (UCI MTB WORLD CHAMPIONSHIPS) ที่ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม-1 กันยายน ซึ่งรายการแรกนักกีฬาเสือภูเขาของไทยน่าจะมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลสูง ส่วนรายการชิงแชมป์โลกจะค่อนข้างยาก เพราะมีนักกีฬาระดับโลกลงแข่งจำนวนมาก แต่นักกีฬาจะได้ประสบการณ์และเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเอง

 

Advertisement

 

ด้าน เรืออากาศเอกสุภัทร เปิดเผยว่า เราจะแยกนักกีฬาออกเป็น 2 ชุด โดยการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา เอเชีย เมาเท่นไบค์ ซีรี่ส์ จะส่งนักกีฬาไป 13 คน ดังนี้ ประเภทครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนชาย กีรติ สุขประสาท, ปาริวัฒ ตั๋นเหล็ก, อดิศักดิ์ ไตลังคะ, รุ่นประชาชนหญิง สุรัตติยา บุปผา, รุ่นเยาวชนชาย พูนศิริ ศิริมงคล, พลฉัตร นาคทองคำ, อธิพงศ์ สุวรรณสิงห์, รุ่นเยาวชนหญิง ยลธนันท์ พลกล้า, จริญญา สืบจากถิ่น, ประเภทดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนชาย สืบสกุล สุขจรรยา, บุณยวัฒน์ ปราโมทย์, รุ่นประชาชนหญิง ศิรภัสสร ชาติกำเนิด, อคิราภ์ แสงขำโดยมี เรืออากาศตรีฉลอง ปานผ่อง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้จัดการทีม, จ่าเอกเสรี เรืองศิริ เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, จ่าเอกสันติ คชรัตน์ เป็นช่างประจำทีม

เรืออากาศเอก สุภัทรกล่าวอีกว่า ส่วนการแข่งขันชิงแชมป์โลกรายการ “ยูซีไอ เมาเท่นไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” มีนักกีฬา 5 คน ดังนี้ ประเภทดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนชาย เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์, ชินพัฒน์ สุขจรรยา, รุ่นประชาชนหญิง วิภาวี ดีคาบาเลส, ประเภทครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนหญิง วรินทร เพชรประพันธ์, นาตาลี ปัญญาวัน โดยมี เรืออากาศเอก สุภัทร ศรีไสว เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้จัดการทีม, สิบตำรวจโทหญิง กฤติกา ศิลาพัฒน์ เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และนายสุระพงศ์ กลุ่มในเมือง เป็นช่างประจำทีม

“ในส่วนของการแข่งขันชิงแชมป์โลกรายการ ยูซีไอ เมาเท่นไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ โอกาสที่นักปั่นไทยจะคว้าเหรียญรางวัลมาครองน่าจะค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีนักกีฬาระดับโลกเข้าร่วมชิงชัยมากมาย แต่อยากให้นักกีฬาของเรามีโอกาสได้ลงแข่งศึกใหญ่ ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ แต่รายการ เอเชีย เมาเท่นไบค์ ซีรี่ส์ ที่มาเลเซีย เรามีลุ้นทุกประเภท ที่มีโอกาสสูงที่สุดก็ประเภทดาวน์ฮิล น่าจะติดอันดับ 1 ใน 3 ส่วนประเภทครอสคันทรี่ประชาชนหญิง อาจจะหนักหน่อย แต่ประชาชนชายมีลุ้นแน่นอน ซึ่งผมมั่นใจว่ารายการนี้นักปั่นเสือภูเขาของไทยน่าจะมีเหรียญติดมือกลับบ้านเกือบทุกคน” เรืออากาศเอก สุภัทรกล่าว