‘ก้องศักด’ ยันรัฐ-เอกชนพร้อมยกมาตรฐานจัดศึก ‘โมโตจีพี’ ปีสอง อัดแน่นกิจกรรมบันเทิง เผยบัตรแกรนด์สแตนด์เต็มแล้ว

5.08.19 | 13:04 น.

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานเปิดการประชุมการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” ซึ่งจะจัดในวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อหารือและทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมจัดงาน ที่ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ กกท. หัวหมาก เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม

สำหรับการประชุมมีตัวแทนภาครัฐ กกท. และเอกชน ผู้สนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เครื่องดื่มตราช้าง, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า-ยามาฮ่า, ธนาคารไทยพาณิชย์ และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน เพื่อเตรียมความพร้อมดูแลแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนอกเหนือจากการจัดการแข่งขันแล้ว ยังเน้นไปที่กิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับมากมาย เพื่อต้อนรับแฟนชาวไทย และจากทั่วโลก ที่เดินทางมาเชียร์นักแข่งถึงขอบสนามให้ได้รับความสนุก และความประทับใจ

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า โมโตจีพีปีแรกที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งต้องขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมมือกันผลักดันการแข่งขัน โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพรายการกีฬาใหญ่ระดับโลกอย่างโมโตจีพีเป็นสนามที่ 15 จากทั้งหมด 19 สนาม ซึ่งปีแรกที่ผ่านมาจัดออกมาได้อย่างประทับใจ แตกต่างจากสนามอื่นจนกลายเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ และเป็นรายการที่ดีที่สุดแห่งปี หรือ กรังด์ปรีซ์ ออฟ เดอะเยียร์

ผู้ว่าการ กกท.กล่าวอีกว่า สำหรับปีนี้ได้นำข้อบกพร่องจากปีแรกมาปรับแก้วางแผนขับเคลื่อนให้ศึกโมโตจีพีปีที่สองนี้ราบรื่นยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องข้อกฎหมาย ข้อสัญญา การจัดซื้อจัดจ้าง การวางแผนงบประมาณ และการพัฒนาสแตนด์ชมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น โดย กกท.พร้อมสนับสนุนเต็มที่ เพราะถือว่าคนไทยทั้งประเทศเป็นเจ้าภาพ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศทั้งด้านกีฬา และท่องเที่ยว สอดคล้องการแนวทางนโยบายของรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

“โมโตจีพีของไทยมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นการแสดงให้เห็นว่า นำกีฬามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สอดคล้องกับแผนนโยบานชาติ 20 ปี ซึ่งจากความสำเร็จปีแรกที่ผ่านมา ทำให้การจัดงานปีนี้ เป็นโจทย์ยากขึ้น ทุกภาคส่วนต้องทำงานหนักขึ้น ร่วมกันปรับปรุงและสร้างมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดย กกท. พร้อมสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มกำลัง และเชื่อว่า ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการจัดการแข่งขันอย่างมหาศาล” ดร.ก้องศักดกล่าว

Advertisement

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า การประชุมเป็นการหารือการจัดเตรียมความพร้อม ทั้งรูปแบบกิจกรรม การเดินรถ จุดจอดรถยนต์รอบเมืองบุรีรัมย์ จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมหน่วยปฐมพยาบาลและห้องน้ำ รอบบริเวณสนาม พื้นที่ต้อนรับ และลานกิจกรรม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงไว้รอต้อนรับ มั่นใจได้ว่ากิจกรรมบันเทิงต่างๆ ในปีนี้ จะสนุกและมีสีสันมากขึ้น ทั้งคอนเสิร์ต และกิจกรรมมวยไทย ร้านค้ามอเตอร์สปอร์ตจะมีมากขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน

“ตอนนี้บัตรเข้าชมทั้งแกรนด์สแตนด์เต็มไปแล้ว ซึ่งยังเหลือให้จับจองในส่วนของไซด์สแตนด์ รวมถึงโซนเชียร์นักบิดอย่าง วาเลนติโน รอสซี่ และมาร์ก มาร์เกซ สองดาวดังของโมโตจีพี มีเหลืออีกไม่เยอะแล้ว ผมเชื่อว่า 4-6 ตุลาคมนี้ ถนนทุกสายจะมุ่งสู่บุรีรัมย์ มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยอีกครั้ง แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยต้องห้ามพลาดเป็นอันขาด” นายตนัยศิริกล่าว