‘สมยศ’ลุยแก้ข้อบังคับส.บอลคืนสิทธิประโยชน์’สมาชิก’ ยัน’กองทุน’หนุนทีมชาติทุกชุด

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2559 ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน โดยมีหัวข้อการประชุมรวม 12 วาระ ซึ่งมีอุปนายก และสภากรรมการเข้าประชุม 13 คน

ภายหลังการประชุมร่วม 4 ชั่วโมง พล.ต.อ.สมยศ เปิดแถลงข่าวถึงประเด็นสำคัญคือเรื่องการแก้ไขข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ซึ่งมีบางข้อต้องแก้ไขตามคำแนะนำของศาล เนื่องจากมีผลต่อสโมสรสมาชิก

บิ๊กอ๊อดกล่าววว่า ตามกฎของสมาคม ต้องส่งวาระแจ้งให้สภากรรมการรับทราบล่วงหน้า 55 วัน ซึ่งวันนี้ได้แจ้งถึงข้อบังคับลักษณะปกครองบางข้อที่ต้องแก้ไข และการประชุมครั้งต่อไป จึงจะหารือเพื่อแก้ไขข้อบังคับตามที่ศาลแนะนำ โดยสาระสำคัญคือ สิทธิประโยชน์ต้องเป็นของสมาคมและสโมสรสมาชิก โดยในอดีตผู้บริหารชุดเก่าไปตัดคำว่า “สมาชิก” ออก ซึ่งศาลได้สั่งให้แก้ไขโดยให้สิทธิประโยชน์เป็นของสโมสรสมาชิกด้วย

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ได้พิจารณาถึงสภาพหนี้สินของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยว่าจ้างบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีให้ตรวจสอบบัญชีของผู้บริหารสมาคมชุดเก่า ซึ่งการตรวจสอบนี้ทางบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีแจ้งว่าประมาณปลายเดือนกรกฎาคมน่าจะตรวจสอบเสร็จสิ้น จึงจะทราบว่าการใช้จ่ายเงินในอดีตเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

ส่วนประเด็นที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯจัดตั้ง “กองทุนฟุตบอลไทยไปบอลโลก” รับบริจาคเงินจากแฟนบอลนั้น บิ๊กอ๊อดกล่าวว่า เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะเป็นสิ่งที่ต่างประเทศก็ทำกัน อีกทั้งสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็เคยเปิดรับบริจาค เพื่อสร้างโรงพยาบาลใน จ.ยะลา ปรากฏว่าคืนเดียวได้ถึง 500 ล้านบาท

“ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะทีมชาติไทยเป็นของคนไทยทั้งชาติ หากใครอยากช่วยก็บริจาคเข้ามา แต่หากใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่าอะไร เพียงแต่อย่าวิจารณ์ในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่คิดจะทำอะไรเพื่อประเทศไทย การตำหนิควรต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ไม่มีอดีต หรือผลประโยชน์ซ่อนเร้น ซึ่งสื่อคือตัวการสำคัญ”

อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวปิดท้ายว่า สำหรับเงินที่ได้รับจากการบริจาค ไม่ได้นำไปใช้เฉพาะฟุตบอลทีมชายชุดใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทีมชาติทุกชุด ทุกรุ่นอายุ ทั้งทีมชาย ทีมหญิง ทีมฟุตซอล และฟุตบอลชายหาดด้วย โดยขณะนี้มียอดเงินสนับสนุนรวมกว่า 180 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกองทุนประมาณ 80 ล้านบาท และอีก 100 ล้านบาท จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้ปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี

Advertisement

13383577_10154267730489914_1571615166_o

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image