พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองด้านการพัฒนากีฬา เป็นประธานในการประชุมหารือการถ่ายทอดสดและสิทธิประโยชน์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ 10 กันยายน โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกกท., ศ.เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และตัวแทนจากบริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) ผู้ดูแลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในประเทศไทย ร่วมประชุม
ภายหลังการประชุม ดร.ก้องศักด เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้เรื่องหลักคือการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กกท. ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด โดยทางกกท.ก็ได้หารือกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบส่งนักกีฬาเข้าแข่งจึงหารือแนวทางการทำงานร่วมกันในการถ่ายทอดสดให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดแก่ประชาชน
ผู้ว่าการกกท. กล่าวต่อว่า ขั้นตอนตอนนี้อยู่ในเรื่องของการดูข้อกฎหมายต่างๆ ว่าติดขัดอะไรบ้าง ในการจะไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากเจ้าของลิขสิทธิ์คือบริษัท เดนท์สุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ที่มอบหมายให้บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลในประเทศไทย ซึ่งกกท.จะเป็นผู้ที่เข้าไปผูกพันธ์ในสัญญาต่างๆ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย เมื่อดำเนินการเสร็จ ก็ต้องให้คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯรับรองศักยภาพการถ่ายทอดสด หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยก็จะทำงานร่วมกัน วางแผนถ่ายทอดสดอย่งาไร ส่งเสริมการถ่ายทอดสดอย่างไร
บิ๊กก้อง กล่าวเสริมว่า เรื่องของค่าลิขสิทธิ์ได้มีการต่อรองกันเรียบร้อยแล้ว โดยจะได้ทั้งหมด 5 มหกรรมคือ โอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน-ฤดูหนาว, ยูธโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน-ฤดูหนาว และเอเชี่ยนเกมส์ 2022 มูลค่ารวม 480 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจะไม่ใช้เงินกองทุนทั้งหมด จะมีการหาเงินจากเอกชนเข้ามาร่วม เพื่อมาชดเชยเงินกองทุนทั้งหมด จากนั้นค่อยคำนวนภายหลังว่ารัฐบาลลงเงินไปเท่าไหร่ แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนไทยจะได้เข้าถึง และได้รับชมการถ่ายทอดสดแน่นอน ผ่านทางฟรีทีวี, แอพลิเคชั่นออนไลน์ และทีสปอร์ต
“การถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์เป็นกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในวัตถุประสงค์ในการใช้เงินของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่สามารถใช้ส่งเสริมพัฒนา ในวงการกีฬาต่างๆ อันนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึง่การกระตุ้นเรื่องการเล่นกีฬา ชมกีฬา สร้างแรงบันดาลใจ จึงถือว่าอยู่ในขอบข่ายที่จะกระทำได้” ผู้ว่าการกกท.กล่าวปิดท้าย
ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
![]()

