“บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานพัฒนาเทคนิคกีฬาสมาคมฯ เปิดเผยว่า แม้ในการแข่งขันมวยสากลรายการ “ไอบ้า เวิลด์ บ๊อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019” นักมวยไทยจะไม่ได้เหรียญกลับมาก็ตาม แต่สิ่งที่ทุกคนรวมถึงนักมวยอีก 5 คนที่เป็นสายเลือดใหม่ และเดินทางไปครั้งนี้ด้วยคือประสบการณ์อันล้ำค่า เพราะมีโอกาสได้ลงนวมกับมวยชั้นนำหลายประเทศ ทั้งคิวบา, อุซเบกิสถาน, คาซัคสถาน, รัสเซีย, สหรัฐฯ, แคนาดา และอีกหลายชาติ ทำให้ทุกคนมีการพัฒนาขึ้นมาก ไม่ใช่เฉพาะคนที่มาชกในรายการทั้ง 4 คนเท่านั้น แต่อีก 5 คนที่เดินทางมาด้วยก็การพัฒนาจากการเดินทางไปเก็บตัวที่เยอรมันและที่รัสเซียด้วยเช่นกัน
ประธานพัฒนาเทคนิค กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องดีที่หลายชาติต่างก็อยากลงนวมกับไทย จะเปรียบไปแล้วเหมือนเราส่งนักมวยมาเทรนนิ่งแคมป์ที่รัสเซียเลยก็ได้ ใครที่ตกรอบก็จะมาลงนวมด้วยกันตลอด ซึ่งโปรแกรมตอนนี้เรามีทุกวันจนถึงวันเดินทางกลับ ยอมรับว่าเราได้เห็นการพัฒนาของอีกหลายชาติที่เป็นคู่แข่งว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว และทำให้นักมวยของเราไม่ตื่นเต้นเวลาต้องออกไปชกรายการใหญ่ๆ โดยเฉพาะสายเลือดใหม่ เพราะจะทำให้ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันมากขึ้น ต้องขอบคุณ นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยฯ ที่ให้ความสำคัญส่งนักมวยมาร่วมแข่งขันรายการนี้เพราะนอกจากได้เรื่องประสบการณ์แล้วสิ่งหนึ่งที่ตนต้องการคือทดสอบนักมวยเพื่อดูฟอร์มในการคัดเลือกตัวไปแข่งซีเกมส์ รวมถึงคัดเลกแรกในวันที่ 3-14 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่ประเทศจีน บอกเลยว่าตอนนี้เราได้นักชกที่พร้อมแล้ว โดยเฉพาะในซีเกมส์ ส่วนในคัดเลกก็มีในใจเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนที่โชว์ฟอร์มดีตอนนี้จะได้เสมอไป หากใครไม่รักษาฟอร์มการชกให้เสมอต้นเสมอปลายก็ต้องมาพิจารณากันอีก เราจะส่งนักชกที่พร้อมและสมบูรณ์ที่สุดไปแข่งขัน การที่เรามีเด็กในแคมป์เยอะทำให้เรามีตัวเลือกที่หลากหลายไม่ใช่จำเจ ใครไม่ดีไม่พร้อมก็ต้องหลุดไป ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้ทั้งสองรายการนั้นซีเกมส์ต้องเจ้ากำปั้น ส่วนคัดเลกทั้ง 2 เลกเราต้องคว้าโควตาให้ได้ 5 คนชายหญิงเป็นอย่างน้อย

