“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า รายได้ของสโมสรในฤดูกาล 2018-19 นั้นมีรายได้พุ่งเป็นสถิติที่ 627.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 23,900 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากซีซั่นที่แล้ว 8 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับฟอร์มการเล่นของปีศาจแดงในช่วงนี้ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักหลังทำผลงานเก็บได้ 8 คะแนน จาก 6 นัดแรก รั้งอันดับ 8 ของศึกพรีเมียร์ อังกฤษ ซีซั่นใหม่ 2019-20
โดยซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินไปกว่า 150 ล้านปอนด์ (5,724 ล้านบาท) ในการคว้าตัวแฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และดาเนียล เจมส์ เข้ามาเสริมทัพ แต่ก็ไม่สะเทือนงบของสโมสรเท่าไหร่ เมื่อรายได้ที่กอบโกยมาก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในซีซั่นที่ผ่านมาแมนยูไนเต็ดต้องจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะมากถึง 332 ล้านปอนด์ (12,669 ล้านบาท) ซึ่งเพื่มขึ้นจากซีซั่น 2017-18 ถึง 36 ล้านปอนด์ (1,373 ล้านบาท) หรือราว 12 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผีแดงยังมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าปรับจากการปลดโชเซ่ มูริญโญ่ อดีตกุนซือออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมอีก มูลค่า 19.6 ล้านปอนด์ด้วย (748 ล้านบาท)
แต่จากสถานการณ์ผลงานของผีแดงในปัจจุบัน บวกกับการที่พวกเขาไม่ได้ลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกนั้น ทำให้สโมสรตั้งเป้าโกยรายได้ในซีซั่น 2019-20 เหลือเพียง 560-580 ล้านปอนด์ (21,365 – 22,128 ล้านบาท) ส่วนผลกำไรตั้งเป้าไว้ที่ 155-165 ล้านปอนด์ (5,913 – 6,295 ล้านบาท) ซึ่งลดลงเมื่อเทียบจากซีซั่น 2018-19 ที่ทำรายได้ 627 ล้านปอนด์ และมีกำไร 185 ล้านปอนด์ (7,058 ล้านบาท)
ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย ![]()

