แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านการแข่งขัน 6 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 แบบค่อนข้างทุลักทุเล ด้วยสถิติชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 2 เท่าๆ กัน
8 คะแนนของปีศาจแดงอาจจะเท่ากับทีมร่วมกลุ่ม “บิ๊ก 6” อย่าง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และ เชลซี แต่เมื่อพิจารณาฟอร์มการเล่นแล้ว หลายคนบอกว่าไม่ถึงขั้นดูดีมีอนาคตเหมือนกับสิงห์บลูส์ หรือยังหวังจะพลิกสถานการณ์ได้ถ้าเรียกความมั่นใจกลับมาอย่างสเปอร์ส
นักเตะแมนฯยูไนเต็ดหลายคนในตอนนี้ดูเล่นกันแบบซังกะตาย ขาดแรงจูงใจและความมุ่งมั่น โดยถ้าย้อนผลงานยาวๆ ไปจนถึงฤดูกาลก่อน ตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เซ็นสัญญาคุมทีมถาวรเมื่อเดือนมีนาคม ปีศาจแดลงเก็บชัยได้เพียง 5 จาก 17 นัดเท่านั้น
สื่ออังกฤษวิเคราะห์ปัญหาของปีศาจแดงเวลานี้โดยแบ่งออกเป็น 4 ข้อหลักๆ ดังนี้
ขาดตัวเลือกที่หลากหลาย
จริงอยู่ที่โซลชาร์และผู้บริหารเลือกปล่อยนักเตะค่าเหนื่อยแพงๆ ที่แทบไม่ได้ใช้งานอย่าง โรเมลู ลูกากู (ขายขาด) และ อเล็กซิส ซานเชซ (ยืมตัว) ให้ อินเตอร์ มิลาน เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ทีมก็ไม่ได้ซื้อผู้เล่นใหม่มาทดแทน 2 คนนี้ตรงๆ
ดาเนียล เจมส์ ปีกชาวเวลส์เริ่มต้นได้หวือหวา แต่จะหวังให้แข้งหน้าใหม่วัย 21 ปี ทำผลงานได้ในระดับเดียวกับที่แฟนๆ หวังจากซานเชซคงไม่ได้
ขณะที่นโยบายการปั้นเด็กใหม่ของโซลชาร์ก็ยังไม่ค่อยราบรื่นนัก อาจจะเพราะไม่กล้าเสี่ยงส่งดาวรุ่ง อาทิ เมสัน กรีนวู้ด, อักเซล ตวนเซเบ้ หรือ ตาฮิธ ชอง ลงเล่นเต็มเวลาเหมือนอย่างที่ แฟรงก์ แลมพาร์ด กล้าเสี่ยงกับเชลซี พอชั่วโมงบินในสนามไม่เพียงพอ ประกอบกับฟอร์มโดยรวมของทั้งทีมน่าผิดหวัง จะหวังให้เด็กๆ ฉายแววช่วยทีมก็ลำบาก
อาการบาดเจ็บ
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของฤดูกาลใหม่ โซลชาร์เจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย
หลังจากเปิดสนามอย่างสวยหรูถล่มเชลซีสวยหรู 4-0 ฟอร์มโดยรวมของทีมก็เริ่มวูบวาบไปพร้อมๆ กับปัญหานักเตะไม่สมบูรณ์
อองโตนี่ มาร์ซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศสมีปัญหาเจ็บต้นขา, ปอล ป๊อกบา เจ็บข้อเท้าจนไม่ได้เล่น 3 นัดหลังสุด, ลุก ชอว์ ก็ลงไม่ได้ ส่วนนัดล่าสุด มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็เจ็บขาหนีบจนอาจต้องพัก
แม้แต่เมสัน กรีนวู้ด เจ้าหนูวัย 17 ปีที่เพิ่งยิงประตูแรกให้ทีมชุดใหญ่ในเกมยูโรป้าลีก ก็มาป่วยด้วยโรคทอนซิลอักเสบจนไม่มีชื่อฟาดแข้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความมั่นใจสั่นคลอน
เมื่อผลแข่งไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ย่อมกระทบกับความมั่นใจของนักเตะไม่มากก็น้อย
ในบางจังหวะของการเล่นจึงเหมือนแข้งผีบางคนไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี หรือเล่นแบบไร้จินตนาการ เสียบอลให้คู่แข่งง่ายๆ ดูซังกะตายไปหมด
พอเริ่มพลาดกันหลายคนก็ส่งผลกระทบกับความมั่นใจโดยรวมของทั้งทีม บรรยากาศอึนๆ ตอนนี้ชวนให้นึกถึงช่วงท้ายการคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ บอกไม่ถูก
ต่างจากสมัยที่โซลชาร์ยังเป็นกุนซือขัดตาทัพ ตอนนั้นแมนฯยูดูจะเล่นกันอย่างมีอิสระเสรี ใบหน้าเปื้อนยิ้มในสนาม
สิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้กลับมาดีได้ย่อมไม่พ้นการคว้าชัยชนะให้ได้ต่อเนื่องกัน เพราะยิ่งยิงได้ ยิ่งเก็บชัยได้ ก็ยิ่งเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
คู่แข่งแกร่งขึ้น
ไม่ใช่แค่แมนฯยูเล่นแย่ฝ่ายเดียว คู่แข่งทีมอื่นๆ ก็พัฒนาล้ำหน้าขึ้นด้วย จากเมื่อก่อนเป็นกลุ่ม “บิ๊ก 4” ก็พัฒนามาเป็น “บิ๊ก 6” และตอนนี้ทั้งเรือใบสีฟ้ากับหงส์แดงก็เกินหน้าคู่แข่งทีมอื่นๆ ไปค่อนข้างมากแล้ว
เมื่อคู่แข่งเก่งขึ้น โอกาสในการลุ้นติดท็อปโฟร์ก็อยากขึ้น เท่านั้นไม่พอ แม้แต่ทีมกลางตารางหรือทีมเล็กๆ ที่สมัยก่อนผูกขาดการหนีตกชั้น เดี๋ยวนี้เริ่มพัฒนาตัวเองจนสามารถสู้กับทีมใหญ่ได้อย่างสนุก ถ้าทีมใหญ่เกิดฟอร์มไม่ดีขึ้นมา ทีมเล็กก็พร้อมแบ่งแต้มได้เสมอ หรืออาจถึงขั้นเอาชนะเลยก็ได้ ตัวอย่างชัดเจนคือ นอริช ซิตี้ ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้น และช็อกโลกด้วยการเชือดแมนฯซิตี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
พอปัจจัยหลายๆ อย่างมากองสุมพร้อมๆ กัน สภาพของของปีศาจแดงตอนนี้จึงดูไม่จืด แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้
สิ่งสำคัญคือต้องตั้งหลักเก็บชัยให้สม่ำเสมอเป็นการออกสตาร์ตให้ได้เสียก่อน

