‘ฟาน มาร์ไวค์’ กุนซือยูเออี ยันรู้ไส้รู้พุงแข้ง ‘ช้างศึก’ ลั่นพาทีมคว้าตั๋วบอลโลก

ภาพ Getty Images

Arab News สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศซาอุดีอาระเบียรายงานบทสัมภาษณ์ของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวดัตช์ของทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งกำลังจะยกทัพบุกเยือน “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 3 ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 19.00 น. โดยประกาศพาทัพยูเออีทะลุเข้าไปเล่นศึกเวิลด์คัพ 2020 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ เหมือนที่เคยพา ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ไปประเทศรัสเซีย มาแล้วเมื่อปี 2018

เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กล่าวว่า ตัวเองมาที่นี่มีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้นคือ การพาทีมชาติยูเออีไปฟุตบอลโลกให้ได้ แต่สิ่งแรกที่ทำก็คือ เราจำเป็นต้องจัดการกับรอบคัดเลือกเสียก่อน ทำให้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มาอยู่ที่นี่ ส่วนตัวเองคิดว่า ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อยู่ในระดับเดียวกัน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เซ็นสัญญากับทีม อีกทั้งได้ยินมาว่า ในทีมยูเออีมีนักเตะระดับพรสวรรค์ จึงอยากรู้ว่าเขาจะเก่งกันแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆ เพราะถ้าไม่อยากจะเห็นกับตาในเรื่องนี้ก็คงจะไม่มารับงานกับทีมนี้แน่นอน

อดีตกุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 2010 เคยนำทีมพบกับทีมชาติไทยมาแล้ว เมื่อสมัยคุมทีมชาติซาอุดีอาระเบีย โดยผลปรากฏว่า ชนะ 1-0 (เหย้า) และ ชนะ 3-0 (เยือน) ในทีมชาติไทยยุคของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่ง เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ยืนยันว่า ฝีเท้าของแข้งช้างศึกก็ถือว่าเป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากในเอเชีย แต่ก็รู้ถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนของทีมชาติไทยได้เป็นอย่างดี

“เวียดนาม เป็นทีมแข็งแกร่ง เล่นเกมบุก แสดงให้เห็นถึงฝีเท้ามาแล้วใน เอเชี่ยนคัพ 2019 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย สร้างความประทับใจให้แฟนบอล ซึ่งทีมชาติไทยก็เช่นกัน เป็นหนึ่งในทีมแข็งแกร่งของเอเชีย แต่เราก็รู้ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน จากที่ได้พบกันในรอบคัดเลือกครั้งหลัง” เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กล่าวปิดท้าย

ภาพ Getty Images
บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ห่วง คนไทยกินหวาน เปรียบน้ำตาลเหมือนยาเสพติด กินแล้วมีกำลัง แต่ต้องระวัง
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ เล็ง โมเดลแก้จน ของ ‘สีจิ้นผิง’ มาปรับใช้ บอกทุกข์ใจ เห็นคนไทยรายได้น้อยลง