“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ส่งนักกีฬาจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย เดินทางไปร่วมแข่งขันจักรยานเสือภูเขารายการ “เอเชี่ยน เมาเท่นไบค์ ซีรี่ส์ 2019” และ “ติมอร์ เลสเต เมเท่นไบค์ ชาลเลนจ์ 2019” ระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม ที่เมืองลิกัวก้า ประเทศติมอร์ เลสเต โดยมีนักกีฬาจำนวนทั้งสิ้น 16 คน และเจ้าหน้าที่ 4 คน รวมเป็น 20 คน
สำหรับรายชื่อนักกีฬา มีดังนี้ ครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนชาย 3 คน กีรติ สุขประสาท, อดิศักดิ์ ไตลังคะ, ปาริวัฒน์ ตั๋นเหล็ก, ดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนชาย 4 คน เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์, ชินพัฒน์ สุขจรรยา, บุณยวัทน์ ปราโมทย์, สืบสกุล สุขจรรยา, ครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนหญิง 2 คน วรินทร เพ็ชรประพันธ์, สุรัตติยา บุบผา, ดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนหญิง 2 คน วิภาวี ดีคาบาเลส, ศิริภัสสร ชาติกําเนิด, ครอสคันทรี่ รุ่นเยาวชนชาย 3 คน พูนศิริ ศิริมงคล, พลฉัตร นาคทองคํา, อธิพงษ์ สุวรรณสิงห์,ครอสคันทรี่ รุ่นเยาวชนหญิง 2 คน จริญญา สืบจากถิ่น, ยลธนันท์ พลกล้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ นำโดย เรืออากาศโท สุภัทร ศรีไสว หน้าหน้าผู้ฝึกสอน, เรือตรีฉลอง ปานผ่อง และ สิบตํารวจโทหญิง กฤติกา ศิลาพัฒน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นายสุระพงศ์ กลุ่มในเมือง ช่างประจําทีม
ด้าน เรืออากาศโท สุภัทร ศรีไสว หน้าหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย กล่าวว่า การแข่งขัน “เอเชี่ยน เมาเท่นไบค์ ซีรี่ส์ 2019” อยู่ในระดับ C 3 ของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ ยูซีไอ ส่วนรายการ “ติมอร์ เลสเต เมเท่นไบค์ ชาลเลนจ์ 2019” เป็นการแข่งขันในระดับชาลเลนจ์ อย่างไ7รก็ตาม นักกีฬาไทยก็หวังทำผลงานให้ดีที่สุด เพราะนักกีฬาเสือภูเขาของไทยถูกจัดให้เป็น “เจ้าเอเชีย” ซึ่งนักกีฬาความหวังของเราอยู่ที่ประเภทดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนชาย จาก เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ และดาวน์ฮิล รุ่นประชาชนหญิง จาก วิภาวี ดีคาบาเลส เจ้าของแชมป์เอเชีย 6 สมัย โดยทั้ง 2 คนเพิ่งคว้าแชมป์เอเชีย 2019 รายการ “Asian Mountain Bike Continental Championship 2019” ที่เมืองคีฟเฟอดีเบน ประเทศเลบานอน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ส่วนนักกีฬาคนอื่น ๆ ก็มีโอกาสที่จะขึ้นแท่นรับรางวัลเช่นกัน
ขณะที่ การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย รายการ “2020 เอเชี่ยน แทร็ค แชมเปี้ยนชิพ” ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อ 17 ต.ค. เป็นการแข่งขันวันแรก ร้อยตำรวจเอกอดิศักดิ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทลู่ทีมชาติไทย รายงานว่า ทีมนักปั่นไทยลงแข่งขัน 4 รายการ ผลดังนี้ ทีมเปอร์ซูท รุ่นเยาวชนชาย ซึ่งมี วิศวกร แก้วทอง, วิริยะ ยะป๋า, กิตติกร ธีรวัฒนสาร และ สุรนาท คงสุข ได้อันดับที่ 7 เวลา 4.30.619 นาที, ทีมสปรินต์ รุ่นประชาชนชาย จาย อังค์สุธาสาวิทย์, พงษ์เทพ ท่าพิมาย และ จตุรงค์ นิวันติ ได้อันดับที่ 7 เวลา 46.019 วินาที, ทีมสปรินต์ รุ่นประชาชนหญิง เยาวเรศ จิตมาตย์ และ กัญญารัตน์ หน่อแก้ว อันดับที่ 7 เวลา 37.866 วินาที และ ทีมเปอร์ซูท รุ่นประชาชนชาย ยุทธนา มะโน, เสฏฐวุฒิ ยอดสุวรรณ, วรุฒิ แปะกระโทก และ เจษฎา จันทร์เหลือง ได้อันดับที่ 7 เวลา 4.25.623 นาที, ทีมสปรินต์ รุ่นเยาวชนชาย นิติรุจน์ กิจพิริยะการณ์, วิริยะ ยะป๋า และ นนทศักดิ์ อรรถธรรม ได้อันดับที่ 6 เวลา 47.179 วินาที
ร้อยตำรวจเอกอดิศักดิ์ กล่าวว่า จากผลการแข่งขันที่ออกมาจะเห็นได้ว่านักกีฬาจักรยานของไทยอาจจะทำอันดับได้ไม่ดีนัก เพราะอาจจะยังใหม่ และตื่นสนามมากไปหน่อย แต่วัตถุประสงค์เราต้องการให้นักกีฬาระดับเยาวชนได้มาสัมผัสการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ เพื่อเสริมสร้างกระดูกและประสบการณ์ เป็นการต่อยอดเพื่อดันขึ้นเป็นนักกีฬาทีมชาติรุ่นใหญ่ต่อไปในอนาคต หากไม่ส่งมาแข่งขันนักกีฬาของเราก็ไม่มีประสบการณ์ ขณะที่ประเภททีมสปรินต์ รุ่นประชาชนชาย ก็ไม่ใช่เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด เนื่องจาก วรยุทธ คะปัญญา ซึ่งเป็นนักกีฬากีฬาตัวจริงมีอาการบาดเจ็บ ระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงต้องให้ พง์เทพ ท่าพิมาย เข้าไปเสริมทัพแทน จึงยังไม่เข้าขากันมานัก แต่คาดว่า วรยุทธ จะหายทันไปแข่งขันในรายการ “ทิสซอต ยูซีไอ แทร็ก เวิลด์ คัพ 2019-2020” สนามแรก ที่เมืองมินส์ ประเทศเบลารุส วันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. นี้อย่างแน่นอน ส่วนประเภทคีริน รุ่นประชาชนชาย ซึ่ง จาย อังค์สุทธาสาวิทย์ จะลงแข่งขันในวันที่ 18 ต.ค. นี้ โดยเราตั้งความหวังเอาไว้ว่า จาย น่าจะทำผลงานได้ดี.

