10 แมตช์ยิงโหดเหมือนโกรธใครมา ในลีกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

26.10.19 | 17:27 น.

เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมล่าสุดที่ทำสถิติยิงประตูถล่มคู่แข่งห่างที่สุด ในเกมที่บุกชนะ เซาแธมป์ตัน 9-0 ในศึกพรีเมียร์ลัก อังกฤษ ถึงจะยังไม่เป็นสถิติใหม่ในภาพรวม แต่ก็เทียบเท่ากับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยยิง อิปสวิช 9-0 เมื่อปี 1995 รวมทั้งเป็นทีมแรกที่ยิงชนะคู่แข่งขาดลอยที่สุดในการเล่นเป็นทีมเยือน

ที่ผ่านมาก็มีแมตช์ดุแบบนี้หลายแมตช์ในฟุตบอลอังกฤษ เลยขอชวนย้อนอดีตกันหน่อยว่ามีแมตช์ไหนบ้าง

อาร์เซน่อล 7-0 เอฟเวอร์ตัน (ไฮบิวรี่-2005)
นัดปิดท้ายของฤดูกาล 2004/2005 ปีนั้นอาร์เซน่อลจบอันดับ 2 ของตารางตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 12 แต้ม ขณะที่เอฟเวอร์ตันจบอันดับ 4 ของตาราง ได้โควต้าไปแชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกด้วย แต่ทีมปืนใหญ่ก็ไม่ปราณี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ปาทริค วิเอร่า, เอดู, เดนนิส เบิร์กแคมป์, มาติเยอ์ ฟลามินี่, โรแบต์ ปิแรส เหมาคนเดียว 2 ลูก ชนะไปแบบสะใจกองเชียร์

Advertisement

ฟอเรสต์ 1-8 แมนฯยู (ซิตี้ กราวด์-1999)
ทีมเจ้าป่าฤดูกาลนั้นเริ่มต้นได้ดี 3 นัดแรกมี 6 แต้ม แต่ก็เริ่มแผ่วลงมาเรื่อยๆ ยิ่งมาเจอกับแมนฯยูที่กำลังไปได้สวยในฟุตบอลทุกรายการ ก็เอาไม่อยู่ โดนถลุงยับไป 8-1 ทั้งๆ ที่ครึ่งแรกโดนนำแค่ 2-1 เท่านั้น แต่ครึ่งหลังโดนยิงนับ 6 เม็ด โดยเฉพาะการลงมาเป็นตัวสำรองของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ตั้งแต่นาทีที่ 72 และเหมาคนเดียว 4 ประตู เป็นสถิติจนถึงทุกวันนี้ของตัวสำรอง
ฤดูกาล 1998-1999 กลายเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่ฟอเรสต์อยู่ในพรีเมียร์ลีก ปีนั้นจบด้วยอันดับบ๊วย และยังไม่เคยเลื่อนชั้นขึ้นมาได้เลยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และเป็นปีที่แมนฯยูคว้าทริปเปิ้ลแชมป์

มิดเดิลสโบรห์ 8-1 แมนฯซิตี้ (ริเวอร์ไซด์-2008)
ก่อนจะมาเป็นแมนฯซิตี้ที่ไร้เทียมทานอย่างทุกวันนี้ก็เคยมีฝันร้ายมาเหมือนกัน ฤดูกาล 2007-2008 ทีมเรือใบสีฟ้ามีสเวน โกรัน อีริกส์สัน คุมทัพอยู่ รั้งอันดับ 3 ในลีก ในเดือนพฤศจิกายน แต่ช่วงท้ายฤดูกาลรูดมาอยู่อันดับ 9 และนัดส่งท้ายฤดูกาลนั้น พวกเขาโดนยิงเละเทะ 1-8 ในเกมเยือนโบโร่
สจ๊วต ดาวนิ่ง 2 ประตู, อดัม จอห์นสัน, ฟาบิโอ โรเชมบัก, เฌเรมี่ อาลิอาดิแยร์ และแฮตทริกของอัลฟองโซ่ อัลเวส ส่งผลให้เป็นนัดสุดท้ายของสเวนกับซิตี้ไปแบบเจ็บปวด

เชลซี 8-0 วีแกน (สแตมฟอร์ด บริดจ์-2010)
นัดปิดฤดูกาล 2009-2010 ที่ตัดสินแชมป์ระหว่างเชลซี ทีมจ่าฝูง และแมนฯยู ทีมอันดับ 2 แมนฯยูปิดจ๊อบด้วยการถล่มสโต๊ก 4-0 แต่เชลซีโหดกว่านั้น ดาหน้ายิงวีแกนไม่เหลือชิ้นดี 8-0
ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา แฮตทริก, นิโกล่าส์ อเนลก้า 2 ประตู, แอชลีย์ โคล, ซาโลมอง กาลู, แฟร้งก์ แลมพาร์ด คนละลูก บทสรุปของฟุตบอลคู่ เชลซีคว้าแชมป์ไปครองแบบยิงถึง 103 ประตู เป็นสถิติใหม่ในยุคนั้น(ก่อนแมนฯซิตี้จะยิงได้ 106 ประตู ในฤดูกาล 2017-2018) ส่วนวีแกนถึงแม้จะไม่ตกชั้น แต่ประตูได้-เสียแย่ที่สุดในบรรดาทุกทีม ยิงได้ 37 เสีย 79 ติดลบ 42

แมนฯซิตี้ 8-0 วัตฟอร์ด (เอติฮัด สเตเดียม-2019)
ฆาตกรรมฟุตบอลครั้งนี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ซิตี้บุกไปแพ้นอริช ซิตี้ แบบสุดช็อก 2-3 ก่อนจะมาปลดปล่อยความเจ็บปวดใส่วัตฟอร์ดแบบไร้ความปราณี 8-0
ดาบิด ซิลบา ยิงขึ้นนำตั้งแต่วินาทีที่ 52 ของเกม ผ่านไป 18 นาที เจ้าบ้านนำห่าง 5-0 เซร์คิโอ้ โรเมโร่, ริยาด มาห์เรซ, เบร์นาโด้ ซิลวา, นิโกลัส โอตาเมนดี้ ดาหน้ายิงคนละตุง ครึ่งหลังเป็นเวลาโชว์ของเควิน เดอ บรอยน์ จัดการเหมา 3 ตุงให้ทีมได้แบบหล่อๆ

 

เชลซี 8-0 แอสตัน วิลล่า (สแตมฟอร์ด บริดจ์-2012)
ฤดูกาลก่อนหน้านั้นเชลซีเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยฝีมือของโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ แต่มาถึงฤดูกาล 2012-2013 ดิ มัตเตโอทำทีมตกรอบแรกแชมเปี้ยส์ลีก เขาถูกปลดและแทนที่ราฟา เบนิเตซ
ชัยชนะ 8-0 มาจากการยิงของนักเตะ 7 คน เฟร์นันโด ตอร์เรส, ดาวิด ลุยซ์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แลมพาร์ด, รามิเรส 2 ประตู และปิดท้ายด้วยเอเดน อาซาร์ เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของพรีเมียร์ลีก ที่มีนักเตะ 7 คนในทีมเดียวกันยิงประตูได้ในแมตช์เดียว

นิวคาสเซิล 8-0 เชฟฟิลด์ เวนด์สเดย์ (เซ้นต์เจมส์ปาร์ก-1999)
สถานการณ์ช่วงเปิดฤดูกาล 1999-2000 ของนิวคาสเซิลย่ำแย่มาก 7 นัดแรก แพ้ไป 6 เปลี่ยนกุนซือจากรุด กุลลิท เป็นบ๊อบบี้ ร็อบสัน และในนัดที่ 8 ของฤดูกาล ร็อบสันสร้างความสุขให้กับแฟนบอลทูนอาร์มี่ทดทแทนความเจ็บปวดใน 7 แมตช์ที่ผ่านไป
อลัน เชียเรอร์ เหมาคนเดียว 5 ประตู(2 จุดโทษ) อารอน ฮิวจ์ส, คีรอน ดายเออร์, แกรี่ สปีด คนละ 1 ประตู ปีนั้นนิวคาสเซิลดุหลายแมตช์ ถล่มสเปอร์ส ในเอฟเอคัพ 6-0 ยิงเซาแธมป์ตันในลีก 5-0 จบอันดับ 11 ของตารางลีก

สเปอร์ส 9-1 วีแกน (ไวท์ฮาร์ทเลน-2009)
ค่ำคืนที่น่าจดจำของแฟนไก่เดือยทอง ครึ่งแรกสเปอร์สนำแค่ 1-0 จากฝีเท้าของปีเตอร์ เคร้าช์ ครึ่งหลังเจอร์เมน เดโฟ เหมาคนเดียว 5 ประตู อารอน เลนน่อน, ดาวิด เบนท์ลีย์, นิโก้ ครันชาร์ ยิงเพิ่มอีกคนละลูก
ถึงแม้จะยิงรวมกัน 10 ประตู แต่ก็ยังไม่ได้เป็นแมตช์ที่ยิงประตูกันมากที่สุด(สองทีมรวมกัน) ในลีกสูงสุด เพราะปอร์สสมัธเคยชนะเรดดิ้ง 7-4 เมื่อปี 2007

แมนฯยู 9-0 อิปสวิช (โอลด์ แทรฟฟอร์ด 1995)
ฤดูกาล 1994-1995 อิปสวิชพลิกล็อกปราบแมนฯยู 3-2 ในบ้านตัวเองมาก่อน ทำให้เกมเยือนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทีมปีศาจแดงต้องการเช็กบิลแบบทบต้นทบดอก แล้วสถิติใหม่ของฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษก็เกิดขึ้น เมื่อแมนฯยูดาหน้ายิงถล่มไป 9-0
แอนดี้ โคล กดคนเดียว 5 ตุง, มาร์ก ฮิวจ์ส 2 ต่อด้วยรอย คีน, พอล อินซ์ เป็นชัยชนะที่ระเบิเถิดเทิงที่สุดเท่าที่แมนฯยูเคยทำได้ แต่ปีนั้นโดนแบล๊คเบิร์นแซงหน้าคว้าแชมป์ลีกไปแบบเจ็บปวด

เซาแธมป์ตัน 0-9 เลสเตอร์ ซิตี้ (เซ้นต์แมรี่-2019)
สถิติ 9-0 ยังคงไม่ถูกทำลาย แต่ก็เรียกได้ว่าเรียกเสียงฮือฮาจากโลกฟุตบอลได้มากมายทีเดียว ช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว วิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานสโมสรจิ้งจอกสยามประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเสียชีวิต ทำให้ชัยชนะแมตช์นี้มีความหมายกับแฟนบอลเลสเตอร์อย่างมาก
เบน ชิลเวลล์ ยิงนำ 1-0 นาทีที่ 10 ไรอัน เบอร์ทรานด์ มาโดนใบแดง นาทีที่ 12 เจ้าถิ่นเหลือแค่ 10 คน หลังจากนั้นก็มี 8 ประตูตามมา ยูรี่ ติเลอมองส์ นาทีที่ 17, อาโยเซ่ เปเรซ นาทีที่ 19, 39, 57, เจมี่ วาร์ดี้ นาทีที่ 45, 58, 90(จุดโทษ) และเจมส์ แทดดิสัน นาทีที่ 85
แคสเปอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูเลสเตอร์ ทำสถิติเทียบเท่าปีเตอร์ ชไมเคิล พ่อตัวเอง เพราะปีเตอร์ผู้พ่อ เฝ้าเสาในเกมที่แมนฯยูถล่มอิปสวิช 9-0 นั่นเอง

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน