“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้วางแผนเก็บตัวนักกีฬามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคมนี้ ซึ่งกีฬาจักรยานที่เจ้าภาพจัดให้มีการชิงชัย ในส่วนความรับผิดชอบของสมาคมกีฬาจักรยานฯ มี 12 เหรียญทอง แบ่งเป็น เสือภูเขา 4 เหรียญทอง จาก ประเภทครอสคันทรี่ชาย และหญิง กับ ประเภทดาวน์ฮิลชาย และหญิง, บีเอ็มเอ็กซ์ 2 เหรียญทอง จาก บีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่งชาย และไทม์ไทรอัลชาย, ถนน 6 เหรียญทอง จาก ประเภทไทม์ไทรอัลบุคคลชาย และบุคคลหญิง, ประเภทไทม์ไทรอัลทีมชาย, ประเภทแมสสตาร์ตบุคคลหญิง, ประเภทแมสสตาร์ตทีม และบุคคลชาย
พลเอกเดชา กล่าวว่า จากตำราพิชัยสงครามของซูนวู เขียนเอาไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ซึ่งข้อมูลที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้รับในทางลึก ทราบว่า ในส่วนของการแข่งขันประเภทถนน “เจ้าภาพ” ประเทศฟิลิปปินส์ อาศัยความได้เปรียบเรื่องความชำนาญในภูมิประเทศ จึงเลือกเส้นทางที่เป็นอุปสรรคต่อคู่ต่อสู้ทุกชาติ โดยหาภูมิประเทศที่ปั่นขึ้น-ลงภูเขา หรือเป็นเนินสูง ซึ่งนักกีฬาเจ้าภาพมีความถนัด มาเป็นเส้นทางแข่งขันทั้งชายและหญิง เพื่อหวังจะกวาดเหรียญทองจักรยานให้หมดทุกเหรียญ สมาคมกีฬาจักรยานฯ ต้องเตรียมทีมนักกีฬาให้พร้อมที่สุด คาดว่าเร็ว ๆ นี้ จะส่ง นายณัฐพงศ์ โลหิตนาวี ฝ่ายเทคนิคของสมาคมฯ และ นายวิสุทธิ์ กสิยะพัท หัวหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทถนน เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อหาข้อมูลสนามแข่งขันแต่ละประเภทแล้วนำมาวางแผนในการฝึกซ้อมโค้งสุดท้าย
“สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากในการเตรียมนักกีฬาซีเกมส์ เช่น ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ก็กำลังจะเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศออสเตรเลีย ประมาณ 1 เดือน ค่าเดินทางทาง ค่าที่พัก และค่าอาหาร สมาคมฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด โดยไม่ได้เบิกงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือจากหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งการจะส่งทีมงานไปสำรวจความพร้อม หรือส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมล่วงหน้าก็ตาม สมาคมกีฬาจักรยานฯ ใช้งบประมาณของตัวเองทั้งสิ้น เพื่อเป้าหมายในการคว้าเหรียญรางวัลมาให้แก่ประเทศไทย และพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยสมาคมฯ ได้ตั้งเป้าเอาอย่างน้อย 2 เหรียญทอง จากเสือภูเขา ประเภทดาวน์ฮิลชายและหญิง ส่วนจักรยานถนนและบีเอ็มเอ็กซ์นั้น ผมคิดว่ายัง 50-50 ขึ้นอยู่กับโอกาสและจังหวะในช่วงที่แข่งขัน แต่ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาจักรยานฯ ไม่เคยทำให้พี่น้องชาวไทยผิดหวัง” พลเอกเดชา กล่าว
ด้าน “โค้ชตั้ม” นายวิสุทธิ์ กสิยะพัท หัวหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทถนน เปิดเผยว่า สำหรับแข่งขันกีฬาจักรยานในซีเกมส์หนนี้ เจ้าภาพจัดที่เมืองตาไกย์ไตย์ จังหวัดคาบีเต ห่างจากกรุงมะนิลา ประมาณ 65 กม. ได้ทราบข้อมูลมาว่า เป็นเมืองที่อยู่บนพื้นที่สูง ภูมิประเทศเป็นสันเขา ส่วนสนามแข่งบีเอ็มเอ็กซ์ เป็นสนามที่ได้มาตรฐานของสหพันธ์จักรยานานาชาติ (ยูซีไอ) แต่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ด้านสนามแข่งเสือภูเขา เจ้าภาพปิดเงียบเป็นความลับ ไม่ให้ใครเข้าไป แต่พอเดาออกว่าอยู่บริเวณไหน คาดว่าเจ้าภาพจะเตรียมสนามที่เป็นสันเขาเอาไว้เป็นสังเวียนชิงชัยแน่นอน
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเภทถนน จุดปล่อยตัวและเส้นชัยอยู่กลางเมืองตาไกย์ไตย์ จะแข่งขันกันบนถนนหลัก โดยไม่มีเส้นทางเลี่ยง ซึ่งเราไม่ทราบเลยว่าการรักษาความปลอดภัยจะรัดกุมแค่ไหน จะมีรถมอเตอร์ไซด์พุ่งออกจากซอย หรือ มีสุนัขวิ่งตัดหน้านักกีฬาหรือเปล่า แต่ทราบเรื่องของระยะทางว่า ประเภทไทม์ไทรอัลหญิง แข่งขันระยะ 23 กม. ส่วนไทม์ไทรอัลชาย แข่งขันระยะ 32 กม. หลังจากปล่อยตัวก็ปั่นขึ้นเขากันเลย ซึ่งหากมองตามฝีมือนักปั่นไทยโดยส่วนตัวคิดว่า ประเภทไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง และไทม์ไทรอัลทีมชาย นักกีฬาไทยเรามีโอกาสสูงที่จะลุ้นเหรียญรางวัลเหรียญใดเหรียญหนึ่ง
นอกจากนี้ “โค้ชตั้ม” เปิดเผยอีกว่า ในประเภทแมสสตาร์ต ตอนแรกที่ได้ข้อมูลมาว่าเป็นเส้นทางปั่นขึ้นเขาสูงชันระยะทางราว 22-25 กม. เพราะคาดว่าเจ้าภาพต้องการกวาดเหรียญทองในประเภทนี้ แต่ข้อมูลล่าสุดทราบว่าถึงแม้เป็นทางขึ้นเขาก็จริง แต่ไม่ได้ชันมาก ตามความเห็นส่วนตัวมั่นใจว่า “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ น่าจะขี่ได้ หากวางแผนดี ๆ ให้ จุฑาธิป ปั่นเกาะกลุ่มมาถึงกลุ่มหน้า แล้วมาเร่งสปรินต์ก่อนเข้าเส้นชัย น่าจะมีโอกาสลุ้นสูงมากทีเดียว แต่ก็หวั่นใจว่าจะมีการเล่นเกมหนักกันกลางทางเสียก่อน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นักกีฬามีความพร้อมที่สุด ตนเองได้ขออนุญาตท่านนายกสมาคมฯ พลเอกเดชา เพื่อนำนักกีฬาแมสสตาร์ต หรือ โรดเรซ ทั้งชายแหละหญิงมาฝึกซ้อมสนามจริง ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งท่านพลเอกเดชา ก็ไม่ขัดข้อง แต่ยังไม่กำหนดเวลาว่าจะเดินทางไปช่วงไหน รอดูความพร้อมอีกที
“ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ พลเอกเดชา เหมกระศรี ที่มองการณ์ไกล อนุญาตให้พานักกีฬาไปฝึกซ้อมกับสนามแข่งขันจริงล่วงหน้า ผมมั่นใจว่าไม่มีชาติใดในอาเซียนทำเหมือนประเทศไทยแน่นอน ถามว่าทำไมเราต้องลงทุนกันขนาดนี้ ก็ต้องตอบว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย อยู่เฉย ๆ ก็สู้เขาไม่ได้ การให้นักกีฬามามาฝึกซ้อมสนามจริง น่าจะชิงความได้เปรียบชาติอื่น ๆ เราจะต้องจัดเตรียมนักกีฬาให้มีความพร้อมที่สุด และดีที่สุด ตามเจตนารมณ์ในการบริหารงานของท่านนายกฯ และสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่ว่า มุ่งมั่นพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เราจะก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย” นายวิสุทธิ์ กล่าว


