‘แมนฯ ยู’ คืนฟอร์มบุกเฮ 3-1 ‘หงส์แดง’ เชือด ‘ไก่’ หวิว – ‘ปืนใหญ่’ เจ๊าในบ้าน

28.10.19 | 01:30 น.

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำกลางดึกคืนวันที่ 27 ตุลาคม ทีมใหญ่ล้วนลงสนามครบครัน

เริ่มจาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โครบอลแห่งยุค เปิดรังแอนด์ฟิลด์รับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส

คู่นี้เริ่มเกมแค่นาทีแรก แฮร์รี่ เคน ตะบันให้สเปอร์ส บุกมานำหงส์แดงก่อน 1-0 และเป็นประตำให้สเปอร์สบุกมานำอยู่ 1-0 ในครึ่งแรก

ครึ่งหลังลิเวอร์พูล จะต้องออกพลังโหมบุกอย่างหนักก่อนจะมาทวง 2 ประตูจากนาทีที่ 52 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และการซัดจุดโทษของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ นาทีที่ 75 จบเกมลิเวอร์พูล ชนะ 2-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้มนำจ่าฝูงต่อไปเตะ 10 นัด มี 28 แต้ม ส่วนสเปอร์ส หล่นไปอยู่อันดับ 11 เตะ 10 นัด มี 12 แต้ม

Advertisement

ด้าน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเยือน “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ ที่แคร์โรลล์ โร้ด

คู่นี้ แมนฯ ยู กลับมาส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ทะลวงตาข่ายคู่กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ส่วนแดนกลางใช้ สกอตต์ แม็กโทมิเนย์ คู่กับ เฟร็ด ส่วนนอริช มี ตีมู ปุ๊กี้ คอยยิง

แมนฯ ยู เริ่มเกมอย่างดุดัน ต่อบอลกันไหลลื่นเป็นพิเศษกว่าทุกนัด การประสานงานของ เฟร็ด กับ แม็กโทมิเนย์ ทำได้ดี และแมนฯ ยู ออกนำก่อน 1-0 จากการยิงของ แม็กโทมิเนย์ นอกกรอบ นาทีที่ 21 จากนั้นแมนฯ ยู มีลุ้นนำ 2-0 แต่ แรชฟอร์ด ยิงจุดโทษไปถูก ทิม ครูล เซฟไว้ได้ แต่

นาทีที่ 30 แรชฟอร์ด มาแก้ตัว เอาบอลลงแล้วลากไปยิงลอดขา ทิมครูล ให้ปีศาจแดงนำ 2-0 ก่อนหมดครึ่งแรกแมนฯ ยู ได้วีเออาร์ช่วยให้ได้จุดโทษอีกจังหวะ คราวนี้ มาร์กซิยาล สลับมายิง แต่ถูกทิม ครูล เซฟไว้ได้อีกครั้ง จบครึ่งแรกแมนฯ ยู นำ 2-0

ครึ่งหลัง นอริช โหมบุกช่วงต้นครึ่้งหลัง แต่ไม่มีจังหวะอันตราย กระทั่งมาโดน พิษสงการประสานงานของ แรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยาล สุดท้าย มาร์ซิยาล ชิพบอลเข้าไปสุดสวยให้แมนฯ ยู นำห่าง 3-0 ในนาทีที่ 73

ท้ายเกมแมนฯ ยู ปล่อยให้นอริช ยิง 1 ตุง จาก โอเนล เฮอร์นานเดซ ในนาทีที่ 88 จบเกมแมนฯ ยู คืนฟอร์มเก่งบุกชนะ นอริช 3-1 เก็บ 3 แต้ม พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 7 เตะ 10 นัด มี 13 แต้ม ส่วนนอริช ยังอยู่โซนท้ายตาราง

คู่สุดท้าย “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดบ้านเอมิเรตส์ สเตเดียม พบ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ

คู่นี้ อาร์เซน่อล ออกนำก่อน 2-0 อย่างรวดเร็ด นาทีที่ 7 จาก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส และนาทีที่ 9 ดาวิด ลุยซ์ แต่ทีมเยือนไม่ยอมไล่ตีเสมอ 2-2 จาก จุดโทษของ ลูก้า มิลิโวเยวิช นาทีที่ 32 และจอร์แดน อายิว นาทีที่ 52 กระทั่งจบเกมเสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม อาร์เซน่อล เตะ 10 นัด มี 16 แต้ม อยู่ที่ 5 ส่วนพาเลซ เตะ 10 นัด มี 15 แต้ม อยู่ที่ 6