‘เยอรมนี’เจ๊า‘โปแลนด์’ 0-0 เป็นคู่แรกไร้สกอร์ แถมส่ง‘ยูเครน’กระเด็นยูโรทีมแรก

17.06.16 | 01:13 น.
นักเตะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี พากันเดินเซ็งหลังทำได้แค่เสมอโปแลนด์ 0-0 (ภาพ AFP)

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน คู่สุดท้ายของวัน “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์สูงสุดร่วม 3 สมัย พบคู่แค้นบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างโปแลนด์ ในเกมกลุ่มซี นัด 2 ที่สนามสต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ย่านแซงต์-เดนีส์ กรุงปารีส


โดยเยอรมนีชนะยูเครน 2-0 ในเกมแรก เช่นเดียวกับโปแลนด์ก็ชนะไอร์แลนด์เหนือ 1-0 เหมือนกัน

โยอาคิม เลิฟ ที่คุมทีม “เมืองเบียร์” คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ในรอบ 24 ปี ได้มัตส์ ฮุมเมลส์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเก่งหายเจ็บกลับมา แต่บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กัปตันทีมที่ลงมายิงประตูย้ำชัย 2-0 ในเกมแรก ยังเป็นตัวสำรองแม้จะสภาพร่างกายจะฟิตสมบูรณ์แล้วก็ตาม

Advertisement

ส่วนโปแลนด์ที่แม้จะเอาชนะเยอรมนีได้แค่ครั้งเดียวจากการเจอกันถึง 20 นัด แต่เกมดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบคัดเลือกยูโรครั้งนี้ได้ไม่ถึง 2 ปี กลับเจอข่าวร้าย วอยเช็ก เชสนี่ นายทวารจอมหนึบหมดสิทธิเฝ้าเสาเพราะอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้อดัม นาวาวก้า กุนซือของทีมต้องส่งลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ ลงมาแทน

เกมนี้ หากใครคว้าชัยได้จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายตามฝรั่งเศสเจ้าภาพ

11 ตัวจริงทั้งสองทีม

เยอรมนี (4-2-3-1) มานูเอล นอยเออร์- เบเนดิกต์ โฮเวเดส, เจอโรม บัวเต็ง, มัตส์ ฮุมเมลส์, โยนาส เฮคเตอร์- ซามี เคดิร่า, โทนี่ โครส- โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, จูเลียน ดรากซ์เลอร์- มาริโอ เกิตเซ่

โปแลนด์ (4-4-2) ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้- ลูคัสซ์ ปิสซ์เซ็ก, คามิล กลิก, มิฮาล ปาซดัน, อาร์ตูร์ เยดเซซิก- ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, กีเซกอร์ซ ครีโคเวียก, คริสตอฟ มัคซินสกี้, คามิล โกรซิคกี้- อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เริ่มเกมได้ 4 นาที เยอรมนีได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่จูเลียน ดรากซ์เลอร์ ปีกซ้ายเปิดบอลให้มาริโอ เกิตเซ่ โหม่งข้ามคานออกไป ขณะที่ก่อนหน้านั้น 1 นาที ซามี เคดิร่า กองกลางเยอรมนีได้ใบเหลืองอย่างรวดเร็ว หลังไปทำฟาวล์ในจังหวะที่อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก แนวรุกโปแลนด์กำลังทำเกมสวนกลับบริเวณกลางสนาม

แต่นาทีที่ 15 โปแลนด์มีเสียวบ้าง เมื่อโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แย่งบอลจากเท้ามัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังเยอรมนีที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา แต่จังหวะสุดท้ายกลับจ่ายบอลไปติดเจอโรม บัวเต็ง

Poland's forward Robert Lewandowski (R) attempts a shot past Germany's defender Mats Hummels during the Euro 2016 group C football match between Germany and Poland at the Stade de France stadium in Saint-Denis near Paris on June 16, 2016. / AFP PHOTO / MIGUEL MEDINA

จากนั้น เกมโดยรวมอีก นาทีให้หลังต่างฝ่ายต่างผลัดกันบุก แต่ไม่มีจังหวะลุ้นประตูชัดเจนมากนัก

นาที 43 เยอรมนีมีลุ้นอีก หลังโยนาส เฮคเตอร์ ได้เปิดบอลในเขตโทษคู่แข่งหวังให้เกิตเซ่ แต่มิฮาล ปาซดัน สกัดได้ทันหวุดหวิด

ก่อนจบครึ่งแรก 0-0

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่ถึง 2 นาที ทั้ง 2 ทีมมีลุ้นทำประตู เริ่มที่โปแลนด์กับลูกโขกเฉี่ยวปากประตูออกไปของมิลิก จากนั้นเกิตเซ่ของเยอรมนีได้โอกาสยิงโล่งๆ แต่บอลไปตรงตัวลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ นายด่านคู่แข่ง

นาที 59 โปแลนด์มีเสียว 2 ครั้งติดจากจังหวะที่เลวานดอฟสกี้หลอกจะยิงฟรีคิก แต่เขี่ยกลับหลังให้มิลิกตวัดยิงเรียดผ่านกำแพง และถากเสาแรกออกไป ตามด้วยคามิล โกรซิคกี้ โหม่งชงให้เลวานดอฟสกี้มีโอกาสลากบอลเข้าไปยิง แต่บัวเต็งมาบล็อกไว้ได้ทัน

นาที 69 เป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่เกือบมีสกอร์ โดยโกรซิคกี้ถวายพานมาหน้าประตูเยอรมนี แต่มิลิกหวดบอลวืดเหลือเชื่อ และจากจังหวะโต้กลับเป็นเมซุต โอซิล ของเยอรมนี ตะบันลูกกำลังจะเสียบใต้คาน แต่ฟาเบียนสกี้บินปัดหวุดหวิด

2 นาทีให้หลัง เลิฟส่งมาริโอ โกเมซ ศูนย์หน้าตัวอาชีพลงมาแทนดรากซ์เลอร์

นาที 85 โปแลนด์ได้ฟรีคิกริมกรอบโทษด้านซ้าย แต่โกรซิคกี้ปั่นข้ามคานออกไปแบบไม่มีลุ้น จากนั้นเยอรมนีสวนกลับจนมีโอกาสอีกจากการที่เบเนดิกต์ โฮเวเดส หลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ปาซดันยังตามมาปั้มบอลไว้ได้อีก

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีใครทำประตูได้ จบเกมเสมอ 0-0 ซึ่งเป็นเกมแรกของทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 ที่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นในสนาม

ส่งผลให้เยอรมนี และโปแลนด์ มี 4 คะแนนเท่ากัน แต่เยอรมนียังนำเป็นจ่าฝูง เนื่องจากมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าโปแลนด์ ตามด้วยอันดับ 3 ไอร์แลนด์เหนือที่เอาชนะยูเครน 2-0 วันเดียวกันมี 3 คะแนน

นอกจากนี้ ยังทำให้ยูเครนที่เตะ 2 นัดยังไม่มีแต้ม กลายเป็นทีมแรกที่ตกรอบแรกอย่างเป็นทางการอีกด้วย เพราะต่อให้ยูเครนสามารถเอาชนะโปแลนด์ในเกมสุดท้ายรอบแรก และไอร์แลนด์เหนือแพ้เยอรมนีในวันเดียวกัน จนยูเครนมี 3 คะแนนเท่ากับไอร์แลนด์เหนือก็ตาม

แต่พวกเขาจะหมดสิทธิลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 ของกลุ่มซี เพื่อลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 จาก 6 กลุ่ม ที่ได้สิทธิเข้ารอบ 16 ทีม เนื่องจากกฎการจัดอันดับรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโร คือวัดจากผลงานการเจอกัน (เฮด-ทู-เฮด) ของทีมที่มีคะแนนเท่ากัน ซึ่งยูเครนแพ้ไอร์แลนด์เหนือ 0-2