ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน คู่สุดท้ายของวัน “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์สูงสุดร่วม 3 สมัย พบคู่แค้นบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างโปแลนด์ ในเกมกลุ่มซี นัด 2 ที่สนามสต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ย่านแซงต์-เดนีส์ กรุงปารีส
โดยเยอรมนีชนะยูเครน 2-0 ในเกมแรก เช่นเดียวกับโปแลนด์ก็ชนะไอร์แลนด์เหนือ 1-0 เหมือนกัน

โยอาคิม เลิฟ ที่คุมทีม “เมืองเบียร์” คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ในรอบ 24 ปี ได้มัตส์ ฮุมเมลส์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเก่งหายเจ็บกลับมา แต่บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กัปตันทีมที่ลงมายิงประตูย้ำชัย 2-0 ในเกมแรก ยังเป็นตัวสำรองแม้จะสภาพร่างกายจะฟิตสมบูรณ์แล้วก็ตาม
ส่วนโปแลนด์ที่แม้จะเอาชนะเยอรมนีได้แค่ครั้งเดียวจากการเจอกันถึง 20 นัด แต่เกมดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบคัดเลือกยูโรครั้งนี้ได้ไม่ถึง 2 ปี กลับเจอข่าวร้าย วอยเช็ก เชสนี่ นายทวารจอมหนึบหมดสิทธิเฝ้าเสาเพราะอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้อดัม นาวาวก้า กุนซือของทีมต้องส่งลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ ลงมาแทน
เกมนี้ หากใครคว้าชัยได้จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายตามฝรั่งเศสเจ้าภาพ

11 ตัวจริงทั้งสองทีม
เยอรมนี (4-2-3-1) มานูเอล นอยเออร์- เบเนดิกต์ โฮเวเดส, เจอโรม บัวเต็ง, มัตส์ ฮุมเมลส์, โยนาส เฮคเตอร์- ซามี เคดิร่า, โทนี่ โครส- โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, จูเลียน ดรากซ์เลอร์- มาริโอ เกิตเซ่
โปแลนด์ (4-4-2) ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้- ลูคัสซ์ ปิสซ์เซ็ก, คามิล กลิก, มิฮาล ปาซดัน, อาร์ตูร์ เยดเซซิก- ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, กีเซกอร์ซ ครีโคเวียก, คริสตอฟ มัคซินสกี้, คามิล โกรซิคกี้- อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เริ่มเกมได้ 4 นาที เยอรมนีได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่จูเลียน ดรากซ์เลอร์ ปีกซ้ายเปิดบอลให้มาริโอ เกิตเซ่ โหม่งข้ามคานออกไป ขณะที่ก่อนหน้านั้น 1 นาที ซามี เคดิร่า กองกลางเยอรมนีได้ใบเหลืองอย่างรวดเร็ว หลังไปทำฟาวล์ในจังหวะที่อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก แนวรุกโปแลนด์กำลังทำเกมสวนกลับบริเวณกลางสนาม
แต่นาทีที่ 15 โปแลนด์มีเสียวบ้าง เมื่อโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แย่งบอลจากเท้ามัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังเยอรมนีที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา แต่จังหวะสุดท้ายกลับจ่ายบอลไปติดเจอโรม บัวเต็ง

จากนั้น เกมโดยรวมอีก นาทีให้หลังต่างฝ่ายต่างผลัดกันบุก แต่ไม่มีจังหวะลุ้นประตูชัดเจนมากนัก
นาที 43 เยอรมนีมีลุ้นอีก หลังโยนาส เฮคเตอร์ ได้เปิดบอลในเขตโทษคู่แข่งหวังให้เกิตเซ่ แต่มิฮาล ปาซดัน สกัดได้ทันหวุดหวิด
ก่อนจบครึ่งแรก 0-0

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่ถึง 2 นาที ทั้ง 2 ทีมมีลุ้นทำประตู เริ่มที่โปแลนด์กับลูกโขกเฉี่ยวปากประตูออกไปของมิลิก จากนั้นเกิตเซ่ของเยอรมนีได้โอกาสยิงโล่งๆ แต่บอลไปตรงตัวลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ นายด่านคู่แข่ง

นาที 59 โปแลนด์มีเสียว 2 ครั้งติดจากจังหวะที่เลวานดอฟสกี้หลอกจะยิงฟรีคิก แต่เขี่ยกลับหลังให้มิลิกตวัดยิงเรียดผ่านกำแพง และถากเสาแรกออกไป ตามด้วยคามิล โกรซิคกี้ โหม่งชงให้เลวานดอฟสกี้มีโอกาสลากบอลเข้าไปยิง แต่บัวเต็งมาบล็อกไว้ได้ทัน
นาที 69 เป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่เกือบมีสกอร์ โดยโกรซิคกี้ถวายพานมาหน้าประตูเยอรมนี แต่มิลิกหวดบอลวืดเหลือเชื่อ และจากจังหวะโต้กลับเป็นเมซุต โอซิล ของเยอรมนี ตะบันลูกกำลังจะเสียบใต้คาน แต่ฟาเบียนสกี้บินปัดหวุดหวิด
2 นาทีให้หลัง เลิฟส่งมาริโอ โกเมซ ศูนย์หน้าตัวอาชีพลงมาแทนดรากซ์เลอร์

นาที 85 โปแลนด์ได้ฟรีคิกริมกรอบโทษด้านซ้าย แต่โกรซิคกี้ปั่นข้ามคานออกไปแบบไม่มีลุ้น จากนั้นเยอรมนีสวนกลับจนมีโอกาสอีกจากการที่เบเนดิกต์ โฮเวเดส หลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ปาซดันยังตามมาปั้มบอลไว้ได้อีก
ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีใครทำประตูได้ จบเกมเสมอ 0-0 ซึ่งเป็นเกมแรกของทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 ที่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นในสนาม
ส่งผลให้เยอรมนี และโปแลนด์ มี 4 คะแนนเท่ากัน แต่เยอรมนียังนำเป็นจ่าฝูง เนื่องจากมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าโปแลนด์ ตามด้วยอันดับ 3 ไอร์แลนด์เหนือที่เอาชนะยูเครน 2-0 วันเดียวกันมี 3 คะแนน

นอกจากนี้ ยังทำให้ยูเครนที่เตะ 2 นัดยังไม่มีแต้ม กลายเป็นทีมแรกที่ตกรอบแรกอย่างเป็นทางการอีกด้วย เพราะต่อให้ยูเครนสามารถเอาชนะโปแลนด์ในเกมสุดท้ายรอบแรก และไอร์แลนด์เหนือแพ้เยอรมนีในวันเดียวกัน จนยูเครนมี 3 คะแนนเท่ากับไอร์แลนด์เหนือก็ตาม
แต่พวกเขาจะหมดสิทธิลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 ของกลุ่มซี เพื่อลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 จาก 6 กลุ่ม ที่ได้สิทธิเข้ารอบ 16 ทีม เนื่องจากกฎการจัดอันดับรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโร คือวัดจากผลงานการเจอกัน (เฮด-ทู-เฮด) ของทีมที่มีคะแนนเท่ากัน ซึ่งยูเครนแพ้ไอร์แลนด์เหนือ 0-2

