การแข่งขันเรือแคนู-คยัค ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2019ที่มาลาวัน พาร์ค ซูบิค เมืองซูบิค ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม มีการชิงชัย 3 เหรียญทอง
โดยในประเภทเรือแคนู 1 คนชาย ระยะ 1,000 เมตร เหรียญทองตกเป็นของ พิตรพิบูล มหาวัฒนางกูล ฝีพายทีมชาติไทยที่เร่งสปีดเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ด้วยเวลา 4.19.94 นาที ส่วนเหรียญเงิน เฮอร์มี มาคารานาส ของฟิลปปินส์ ทำเวลา 4.21.67 น. และทองแดง มาร์จูกิ มาร์จูกิ จากอินโดนีเซีย ทำเวลา 4.24.21 น.
ขณะที่ประเภทเรือแคนู 1 คนหญิง ระยะ 500 เมตร ตัวแทนของไทยอย่าง อรสา เที่ยงกระโทก พายเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 2.36.16 น. ได้เหรียญทองแดง ส่วนเหรียญทอง ธิ พวง ตรวง จากเวียดนาม ทำเวลา 2.15.37 น. และเหรียญเงิน ริสกา อันดริยานี จากอินโดนีเซีย ทำเวลา 2.15.68 น.
ด้านประเภทคยัค 1 คนชาย ระยะ 1,000 เมตร ไพรสณฑ์ บัวสำโรง ของไทยพายทำเวลาได้ 4.10.083 น. ได้เหรียญทองแดง ส่วนเหรียญทอง ไมเซียร์ รีออนดรา จากอินโดนีเซีย ทำเวลา 3.55.841 น. และเหรียญเงิน ทราน วาน หวู จากเวียดนาม ทำเวลา 3.58.618 น.
นาวาโท ปรีชา พ่วงไพโรจน์ รองเลขาธิการสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ชื่อชั้นก่อนการแข่งขัน “น้องแบงค์” พิตรพิบูล มหาวัฒนางกูล วัย 17 จะเป็นรองนักกีฬาตัวเต็งอย่างอินโดนีเซีย และเวียดนาม อีกทั้งยังเป็นแมตช์ใหญ่นานาชาติแมตช์แรกของ แบงค์ แต่ทางโค้ชและทางสมาคมฯ ก็มั่นใจตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องคว้าเหรียญทองได้
“เพราะทางสมาคมฯ ได้ส่งเขาไปเก็บตัวที่ฮังการี ได้โค้ชสุดยอดฝีมือคอยบ่มเพาะทำให้เขาแกร่งกว่าเด็กทั่วไป สิ่งที่พิสูจน์ก็คือซีเกมส์รายการนี้ค่อนข้างหนักเนื่องจากเมืองซูบิคที่จัดแข่งขันเจอกับพายุไต้ฝุ่นไปก่อนหน้าแข่งขันเพียง 3 วัน นั่นทำให้โปรแกรมทั้งหมดถูกเลื่อนเข้ามา จากปกติต้องแข่งรอบคัดเลือกก่อนหนึ่งวันแล้วค่อยชิงวันถัดไป”
“แต่ซีเกมส์ครั้งนี้ทำการแข่งรอบคัดเลือกตอนเช้าแล้วชิงตอนบ่ายเลย เป็นอะไรที่ทรหด และด้วยความที่กระดูกของ แบงค์ ที่ยังเด็ก ก็ยังน่าจะเสียเปรียบบรรดาตัวเต็งๆ ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาของจริง อย่างที่โค้ชฮังการีมั่นใจว่าเด็กคนนี้ต้องได้เหรียญทอง ตอนเก็บตัวเขาได้เรียนรู้ว่าจังหวะพายจังหวะผ่อนต้องทำยัง เซฟแรงต้องทำยัง กลายเป็นเด็กที่น่าจับตามองและมีพรสวรรค์ หลังจากนี้เขาก็จะเตรียมตัวสู่โครงการโร้ดทูโอลิมปิกเกมส์ 2020 ไปสู้กับรุ่นโอเพนทั่วโลกต่อไป”




