‘ฝรั่งเศส’เจ๊า‘สวิตเซอร์แลนด์’ 0-0 คว้าแชมป์กลุ่มเอ จูงมือสวิสตามเข้ารอบ

20.06.16 | 01:18 น.

ฟุตบอล “ยูโร 2016” ประจำคืนวันที่ 19 มิถุนายน เป็นการฟาดแข้งนัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม คิกออฟพร้อมกันทั้ง 2 คู่เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบอันจะส่งผลต่อการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

เริ่มคืนแรกที่เกมเตะกลุ่มเอ คู่เอก ระหว่าง “เจ้าภาพ” ทีมตราไก่ ฝรั่งเศส ที่มี 6 แต้มจาก 2 นัดลอยลำเข้ารอบน็อกเอาต์ไปเรียบร้อย พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 2 ที่มีอยู่ 4 แต้ม ที่สต๊าด ปิแอร์-โมรัว เมืองลีลล์ ประเทศฝรั่งเศส

ส่วนคู่รอง เป็น “ผีดิบ” โรมาเนีย ที่ก่อนลงสนามอยู่อันดับ 3 มี 1 แต้ม ดวลกับ แอลเบเนีย ทีมบ๊วยของกลุ่มที่ยังไม่มีแต้ม ที่สต๊าด เดอ ลียง เมืองลียง โดยทั้ง 2 คู่ จะหวดกันในเวลา 02.00 น. ตามเวลาเมืองไทย

ไปกันที่เกมฝรั่งเศสกับสวิตเซอร์แลนด์ แม้ฝรั่งเศสจ่าฝูงจะได้สิทธิผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่ยังมีโอกาสไม่ได้แชมป์กลุ่มหากแพ้ “สวิส” ในเกมนี้

แถมสถิติการพบกัน 37 ครั้งจากทุกรายการใกล้เคียงกัน หลังฝรั่งเศสชนะ 16 แพ้ 12 เสมอ 9 อย่างไรก็ตาม ทีมตราไก่ไม่เสียท่ามา 6 เกมติด หรือเป็นเวลานานถึง 24 ปีติดต่อกัน และไม่เคยแพ้เวลาไม่ใช่เกมอุ่นเครื่องอีกด้วย

Advertisement

แต่ 11 นักเตะตัวจริงฝรั่งเศส ปรากฏว่า ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องป์ กุนซือของทีมพักผู้เล่นตัวหลักหลายคน ไม่ว่าจะเป็นดิมิทรี ปาเย็ต, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และเบลส มาตุยดี้

ขณะที่วลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช โค้ชสวิตเซอร์แลนด์ ส่งบรีล เอ็มโบโล่ ไอ้หนูวัย 19 ปีเป็นตัวจริง

11 นักเตะตัวจริง

ฝรั่งเศส 4-3-3 อูโก้ โยริส, บาการี่ ซานญ่า, อาดิล รามี่, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, ปาทริซ เอวร่า, ปอล ป๊อกบา, โยอัน กาบาย, มุสซ่า ซิสโซโก้, อ็องตวน กรีซมันน์, อ็องเดร-ปิแอร์ ชินญัก, คิงส์ลีย์ โกม็อง

สวิตเซอร์แลนด์ 4-3-3 ยาน ซอมเมอร์, สเตฟาน ลิคสไตเนอร์, ฟาเบียน ชาร์, โยฮัน ฌูรู, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, วาลอน เบห์รามี่, กรานิต ชาก้า, เบลริม เชไมลี่, เชอร์ดาน ชากิรี่, บรีล เอ็มโบโล่, อัดเมียร์ เมห์เมดี้

เริ่มเกมได้ 8 นาที สวิตเซอร์แลนด์ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะชุลมุนหน้าปากประตูฝรั่งเศส เมื่อฟาเบียน ชาร์ กองหลังสวิสโหม่งลูกเตะมุมเพื่อนร่วมทีมไปที่เสาสอง หวังให้โยฮัน ฌูรู เข้าชาร์จ แต่ยังดีที่ปอล ป๊อกบา ตามไปสกัดได้ทัน

แต่ 4 นาทีถัดมา ฝรั่งเศสมีโอกาสบ้างจากการยิงไกลเกือบเสียบใต้คานของป๊อกบา แต่ยาน ซอมเมอร์ นายทวารสวิสยังป้องกันไว้ได้ แถมนาทีต่อมาป๊อกบาได้ตะบันอีก ทว่าก็ยังไม่ผ่านมือซอมเมอร์

นาที 17 ป๊อกบาได้ลุ้นเป็นครั้งที่ 3 แต่ลูกส่องไกลไปชนคาน

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่ยังทำประตูไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเริ่มได้ 5 นาที เป็นสวิสที่มีรูปเกมดีกว่า แม้จะไม่มีโอกาสเข้าทำอย่างชัดเจนก็ตาม

แต่นาที 53 ฝรั่งเศสได้ลุ้นบ้างจากการยิงของอ็องเดร-ปิแอร์ ชินญัก แต่ตรงตัวซอมเมอร์

นาทีถัดมาวาลอน เบห์รามี่ ปั้มบอลกับอ็องตวน กรีซมันน์ จนถึงขนาดลูกบอลแตกกลางสนาม แถมครึ่งแรกฝรั่งเศสยังดึงเสื้อนักเตะสวิสขาดถึง 4 คนอีกด้วย

ขณะที่นาที 57 กรีซมันน์ได้บอลล็อกเข้าไปส่องนอกเขตสวิตเซอร์แลนด์โล่งๆ แต่ซอมเมอร์ยังเซฟได้อีก

นาที 64 คราวนี้เป็นสวิสได้โอกาส จากหลอกยิงลูกเตะมุมของเชอร์ดาน ชากิรี่ กะปั่นบอลให้เข้าประตูไปเลย แต่ลูกเลี้ยงเฉี่ยวคานบนออกไป ส่วนก่อนหน้านั้น 1 นาที ฝรั่งเศสส่งดิมิทรี ปาเย็ต ซึ่งวันนี้เป็นตัวสำรองลงสนามแทนคิงส์ลีย์ โกม็อง

จากนั้นนาที 75 ฝรั่งเศสเกือบได้ประตู เมื่อมุสซ่า ซิสโซโก้ ลากบอลจากครึ่งสนามไปเปิดบอลให้ปาเย็ตวิ่งเข้ามาหวดบอลไปชนคาน

เวลาที่เหลือไม่มีใครทำประตูได้ จบเกม ฝรั่งเศส เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 0-0 เป็นคู่ที่ 3 ในยูโรครั้งนี้ที่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

ส่งผลให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์กลุ่มเอ ด้วยการมี 7 คะแนน

สวิสได้รองแชมป์กลุ่มมี 5 คะแนน

ด้านผลอีกคู่กลุ่มเดียวกัน ปรากฏว่า แอลเบเนีย พลิกล็อกชนะโรมาเนีย 1-0

ทำให้แอลเบเนียมี 3 คะแนน จบที่ 3 ของกลุ่ม พร้อมกับมีผลต่างประตูได้เสีย ติดลบ 2 ลูก ต้องไปลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีมจาก 6 กลุ่ม

ขณะที่โรมาเนียมีคะแนนเดียวกลายเป็นบ๊วยของกลุ่ม และเป็นทีมที่ 2 ซึ่งตกรอบแรกอย่างเป็นทางการตามยูเครน