คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือว่างงานชาวอิตาลี บรรลุข้อตกลงกับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน และเตรียมได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อนเกมสุดสัปดาห์นี้ โดยจะได้รับสัญญายาว 4 ปี พร้อมค่าเหนื่อยสูงถึง 14 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล (ประมาณ 554 ล้านบาท) ติดท็อป 5 กุนซือค่าแรงเยอะสุดพรีเมียร์ลีก พร้อมกับมี ดาวิเด้ อันเชล็อตติ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน และดันแคน เฟอร์กูสัน ที่ทำหน้าที่คุมแบบขัดตาทัพอยู่ในขณะนี้ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม
อันเชล็อตติ เดินทางมาเจรจาเงื่อนไขส่วนตัวกับเอฟเวอร์ตันถึงประเทศอังกฤษ และคาดว่ารายละเอียดทุกอย่างกำลังจะได้บทสรุปเร็วๆ นี้ โดย “อันเช่” อดีตกุนซือนาโปลี ซึ่งได้รับค่าแรง 14 ล้านปอนด์นั้น ยังรวมโบนัสอีก 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 99.1 ล้านบาท) หากสามารถพาเอฟเวอร์ตันรอดตกชั้นได้สำเร็จ หลังปัจจุบัน “ทอฟฟี่บลูส์” รั้งอันดับ 16 ของพรีเมียร์ลีก จากการชนะเพียง 5 นัด, เสมอ 3 และแพ้ 9 รวมมี 18 คะแนน เหนือกว่าโซนตกชั้นเพียงแค่ 3 แต้ม
แม้ อันเชล็อตติ จะตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับอาร์เซน่อล แต่รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดอ้างว่า ปืนใหญ่ไม่ได้วางตัวอันเชล็อตติเป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ซึ่งแตกต่างกับเอฟเวอร์ตันที่แสดงความสนใจเป็นเป้าหมายหลัก สุดท้ายอันเช่จึงมีใจให้กับทอฟฟี่มากกว่า
โดยเชื่อว่าเอฟเวอร์ตันจะเปิดตัวอันเชล็อตติเป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ ก่อนเกมที่พวกเขาจะเปิดบ้านดวลกับอาร์เซน่อล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ค่ำวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคมนี้
อันดับค่าเหนื่อยกุนซือพรีเมียร์ลีกต่อซีซั่น
1. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯ ซิตี้) 20 ล้านปอนด์
2. โชเซ่ มูรินโญ่ (สเปอร์ส) 15 ล้านปอนด์
2. เยอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) 15 ล้านปอนด์หลังเพิ่งต่อสัญญาใหม่ (เดิม 7.5 ลป.)
4. คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน)* 14 ล้านปอนด์
5. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) 10 ล้านปอนด์
6. โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 7.5 ล้านปอนด์
7. มานูเอล เปเยกรีนี่ (เวสต์แฮม) 7 ล้านปอนด์
8. ราล์ฟ ฮาเซ่นฮัทเทิ่ล (เซาธ์แฮมป์ตัน) 6 ล้านปอนด์
9. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี) 5.5 ล้านปอนด์
10. เอ็ดดี้ ฮาว (บอร์นมัธ) 4 ล้านปอนด์

