หลังจากศึก “ยูโร 2016” แข่งขันรอบแรกจบไปแล้ว 4 กลุ่ม สถานการณ์ปัจจุบันมีทีมที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว 12 ทีม ดังนี้
ทีมที่เข้ารอบในฐานะแชมป์และรองแชมป์กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเอ ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์ / กลุ่มบี เวลส์, อังกฤษ / กลุ่มซี เยอรมนี, โปแลนด์ / กลุ่มดี โครเอเชีย, สเปน รวมทั้งแชมป์กลุ่มอีอย่างไม่เป็นทางการอย่าง อิตาลี
ทีมที่มีคะแนนเพียงพอต่อการเข้ารอบแน่นอนแล้ว ได้แก่ สโลวาเกีย ทีมอันดับ 3 ของกลุ่มบี (4 คะแนน) และฮังการี จ่าฝูงกลุ่มเอฟหลังผ่านไป 2 นัด (4 คะแนน) เนื่องจากปัจจุบัน ทีมอันดับ 3 ของกลุ่มเอ คือ แอลเบเนีย, ทีมอันดับ 3 กลุ่มซี คือ ไอร์แลนด์เหนือ และทีมอันดับ 3 กลุ่มดี คือ ตุรกี ต่างมี 3 คะแนนเท่ากัน แม้ว่าฮังการีจะตกไปเป็นอันดับ 3 กลุ่มเอฟก็ยังมีแต้มเหนือกว่าทั้ง 3 ทีมอยู่ดี
นอกจากนี้ ไอร์แลนด์เหนือยังผ่านเข้ารอบเป็นทีมที่ 12 เนื่องจากตามกฎของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในการจัดอันดับทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด เพื่อหา 4 ทีมจาก 6 กลุ่มเข้ารอบน็อกเอาต์นั้น หากทีมอันดับ 3 ของแต่ละกลุ่มมีคะแนนเท่ากัน ให้พิจารณาจากผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งผลต่างประตูของไอร์แลนด์เหนือเป็น 0 (ได้ 2 เสีย 2) ส่วนแอลเบเนีย -2 (ได้ 1 เสีย 3) และตุรกี -2 (ได้ 2 เสีย 4) ไอร์แลนด์เหนือจึงเข้ารอบทันที
ส่วนตุรกีได้เปรียบกว่าแอลเบเนีย เนื่องจากกฎยูฟ่าระบุว่า หากผลต่างประตูเท่ากัน ให้ดูประตูยิงได้ ซึ่งตุรกียิงได้มากกว่า แต่ยังต้องลุ้นกับอันดับ 3 ของกลุ่มอีและเอฟต่อไป
สำหรับการประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ทราบแน่นอนแล้วในขณะนี้มี 2 คู่คือ สวิตเซอร์แลนด์ พบ โปแลนด์ ในวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และ สเปน พบ อิตาลี คืนวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

