ศึกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบใจเกินร้อย และปั่นเพื่อชีวิต “สปอร์ต ทัวริสม์ ไบก์ ฟอร์ ออลล์” ประจำปี 2563 ประเดิมชิงชัยสนามแรก ที่วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ซึ่งตรงกับเทศกาลกินปลาพอดี “พลเอกเดชา” เผย มีความสนุกเข้มข้นเหมือนเดิม ได้ลุ้นชิงสร้อยคอทองคำทุกสนาม พร้อมเสื้อและใบประกาศนียบัตร รวมทั้งเหรียญรางวัลที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ขอพระราชทานเชิญพระนามาภิไธยย่อ “สธ.” ประดับไว้ที่เหรียญ ให้แก่ผู้ชนะเลิศปั่นเพื่อชีวิตทุกประเภท ผู้ที่ทำผลงานดีที่สุดในแต่ละรุ่น และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด มีโอกาสไปแข่งขันจักรยานชิงแชมป์เอเชีย รุ่นมาสเตอร์ ในปีหน้าอีกด้วย
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่ สมาคมกีฬาจักรยานฯ ๆได้กำหนดโปรแกรมการแข่งขันจักรยานรายการต่าง ๆ ประจำปี 2563 ออกมาเรียบร้อยแล้วนั้น ซึ่งก็มีการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบใจเกินร้อยชิงแชมป์ประเทศไทย และ การแข่งขันจักรยานปั่นเพื่อชีวิต “สปอร์ต ทัวริสม์ ไบก์ ฟอร์ ออลล์” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมอยู่ด้วย โดยทั้ง 2 รายการจะมีการแข่งขันจำนวน 4 สนาม ดังนี้
การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบใจเกินร้อยชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2563 จำนวน 4 สนาม ประกอบด้วย สนามที่ 1 วันที่ 9 พฤษภาคม ที่วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี, สนามที่ 2 วันที่ 11 กรกฎาคม ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก, สนามที่ 3 วันที่ 22 สิงหาคม ที่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ จังหวัดลพบุรี, สนามที่ 4 วันที่ 12 กันยายน ที่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

การแข่งขันจักรยานปั่นเพื่อชีวิต “สปอร์ต ทัวริสม์ ไบก์ ฟอร์ ออลล์” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2563 จำนวน 4 สนาม ประกอบด้วย สนามที่ 1 วันที่ 10 พฤษภาคม ที่วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี, สนามที่ 2 วันที่ 12 กรกฎาคม ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก, สนามที่ 3 วันที่ 23 สิงหาคม ที่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ จังหวัดลพบุรี, สนามที่ 4 วันที่ 13 กันยายน ที่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
“ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ประกาศเอาไว้ว่าจะคัดเลือกนักปั่นที่มีผลงานดีที่สุดจากการแข่งขันปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ไปร่วมแข่งขันจักรยานชิงแชมป์เอเชีย รุ่นมาสเตอร์ ที่เมืองนิไล ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 17-22 มีนาคม 2563 โดยจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่เจ้าภาพกำหนด ซึ่งทางเจ้าภาพได้กำหนดจัดชิงชัยในรุ่นอายุ 35-39 ปี, รุ่นอายุ 40-44 ปี, รุ่นอายุ 45-49 ปี และรุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป ฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาจักรยานฯ จึงได้พิจารณาจากผลการแข่งขันผู้ที่ทำคะแนนสูงสุดรวมครบ 4 สนาม ทั้งรุ่น AV40, AV35 และ AV30 ปรากฏว่าผู้ที่ชนะเลิศทั้ง 3 รุ่น ไม่มีผู้ที่มีคุณสมบัติลงแข่งขันในรุ่นมาสเตอร์ได้แม้แต่คนเดียว เนื่องจากอายุยังไม่ถึง 35 ปี แม้จะพิจารณาลงไปถึงอันดับที่ 10 แล้วก็ตาม” พลเอกเดชากล่าว
นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวต่อไปว่า หากจะรอพิจารณาผู้ที่ชนะเลิศจากการแข่งขันสนามที่ 1 ประจำปี 2563 วันที่ 10 พฤษภาคม ที่วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี ก็จะไม่ทันการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม ดังนั้นฝ่ายเทคนิคฯ จึงต้องไปพิจารณาผู้ชนะเลิศในการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงภูมิพล” ประจำปี 2563 สนามที่ 1 วันที่ 17-18 มกราคม 2563 ที่ตำบลท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยจะส่งแข่งขันรุ่นละ 1 คน แต่หากในสนามที่ 1 มีการชนะกันสูสีใกล้เคียงกัน อาจจะพิจารณาส่งไปแข่งขันรุ่นละ 2 คน

เสธ.หมึกกล่าวเสริมอีกว่า สำหรับการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบใจเกินร้อย และการแข่งขันจักรยานปั่นเพื่อชีวิต “สปอร์ต ทัวริสม์ ไบก์ ฟอร์ ออลล์” ประจำปี 2563 ยังสนุกเข้มข้นเร้าใจเหมือนเดิม และได้ลุ้นรางวัลสร้อยคอทองคำทุกสนาม พร้อมเสื้อและใบประกาศนียบัตร รวมทั้งเหรียญรางวัลที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ขอพระราชทานเชิญพระนามาภิไธยย่อ “สธ.” ประดับไว้ที่เหรียญ ให้แก่ผู้ชนะเลิศทุกประเภท ซึ่งจะเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน และวงศ์ตระกูลสืบไป สำหรับการแข่งขันสนามที่ 1 ที่ จ.สิงห์บุรี ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2563 จะตรงกับเทศกาลกินปลาของจังหวัดสิงห์บุรีพอดี นักปั่นและผู้ติดตามจะได้รับประทานปลารสเด็ดจากแม่ลา ซึ่งเป็นของดีมีชื่อเสียงของสิงห์บุรีด้วย
“อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ยังคงยึดหลักเกณฑ์เดิมคือ จะคัดเลือกผู้ที่มีผลงานดีที่สุดจากการแข่งขันจักรยานปั่นเพื่อชีวิต สปอร์ต ทัวริสม์ ไบก์ ฟอร์ ออลล์ ประจำปี 2563 ไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ในปีถัดไป ขึ้นอยู่กับว่าประเทศเจ้าภาพ จะกำหนดกลุ่มอายุในรุ่นมาสเตอร์ไว้เช่นไร หาผู้ชนะเลิศ ทั้งในรุ่น AV40, AV35 และ AV30 มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่เจ้าภาพกำหนด สมาคมก็จะคัดเลือกแล้วส่งไปแข่งขันรุ่นละ 1 คน และหากว่าในแต่ละรุ่นมีผู้ที่ทำคะแนนได้สูสีกัน สมาคมฯ ก็จะพิจารณาส่งไปแข่งรุ่นละ 2 คน” พลเอกเดชา กล่าว.

