‘บิ๊กอ๊อด’ แจงรอดูตัวเลขประมูลลิขสิทธิ์ ‘ไทยลีก’ ก่อนฟันธงลงสมัครประมุขลูกหนังสมัย2

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงเรื่องของความคืบหน้าการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย ว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถประกาศได้ว่าผู้ใดที่เป็นผู้คว้าลิขสิทธิ์ไป แต่ยังยืนยันเช่นเดิมว่าสัญญานั้นจะเป็นสัญญาระยะยาวต่อเนื่อง 8 ปีด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จากที่ พล.ต.อ.ดร.สมยศ เข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้เคยพูดไว้ว่าจะไม่ทำสัญญาเกินวาระการทำงาน แต่เหตุใดถึงต้องเซ็นสัญญายาว 8 ปีนั้น “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า ทุกอย่างนั้นเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพราะจากการศึกษาข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า), สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) หรือสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ต่างก็ทำสัญญาระยะเวลา 8 ปีทั้งสิ้น

“การทำสัญญาแค่ 4 ปี ผู้ลงทุนไม่รู้ว่าเศรษฐกิจแบบนี้จะลงทุนทำไมในเมื่อมันมีโอกาสขาดทุนแน่นอน การเลือกว่าจะเซ็น 4 หรือ 8 ปีนั้นได้มีการทำแบบสอบถามไปยังผู้สนใจประมูลลิขสิทธิ์แล้ว ซึ่งได้รับคำตอบว่าสนใจ 8 ปีมากกว่า เนื่องจากถ้ามองในเรื่องของการลงทุน ถ้าหาก 4 ปีแรกไม่ดี มีโอกาสที่ 4 ปีหลังเศรษฐกิจดีขึ้นได้ ก็จะเป็นประโยชน์ของผู้ประมูลไป ในทางกลับกันถ้าทำสัญญาแค่ 4 ปี แล้วมันไม่ดี ในอีก 4 ปีต่อไป สมาคมฯ ก็มีโอกาสที่จะถูกผู้ประมูลนั้นกดราคาได้ ซึ่งเงินที่จะต้องใช้สำหรับฟุตบอลไทยนั้นมันตายตัวอยู่แล้ว ถ้าหากลดลงก็จะส่งผลให้ขาดสภาพคล่องได้”

บิ๊กอ๊อดกล่าวอีกว่า ตามหลักแล้วมันไม่ได้มีข้อกำหนดว่าห้ามเซ็นสัญญาเกินกี่ปี เพราะสมาคมฯ เองก็ไม่ใช่องค์กรของรัฐ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามภาครัฐหรือระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ในการประมูลนั้นพยายามสร้างมาตรฐาน ทุกอย่างต้องมีการประมูลเทียบราคาอย่างน้อย 3 ราย

“ตัวเลขที่ได้มานั้นถามว่าพอใจไหมก็ยังไม่พอใจ เพราะอยากได้มากกว่านี้ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ แค่มีคนประมูลโดยให้มากกว่าเดิมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว จากที่ยื่นมา 8 บริษัท ก็ตัดเหลือแค่ 2 บริษัท 1 ไทย 1 ต่างชาติ น่าจะมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการช่วงหลังปีใหม่ เพราะบริษัทที่ประมูลต้องการให้พ้นปีไปก่อน”

ขณะเดียวกันหลังจากที่ได้มีการประกาศออกมาว่า จะมีการประชุมใหญ่พิเศษเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในวาระ 4 ปี ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมอัลมีรอซ ถนนรามคำแหง นั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามถึง บิ๊กอ๊อด นายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน ว่าจะลงสมัครต่ออีกสมัยหรือไม่นั้น ได้รับคำตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจแม้ว่าจากการหยั่งเสียงสโมสรสมาชิกจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่ตราบใดที่เรื่องของการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดยังไม่เรียบร้อยก็จะไม่ประกาศตัวว่าจะลงป้องกันตำแหน่ง

“การนำเรื่องประมูลลิขสิทธิ์มาเป็นตัวตั้งเพราะว่ารายจ่ายมันชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าหากไม่ได้เงินค่าลิขสิทธิ์เพิ่มจากเดิมอีกสัก 200-300 ล้านบาท มันก็อยู่ยาก เรารู้ว่าต้องจ่ายมากแค่ไหน และรู้ว่ามันจะมีอะไรรออยู่ที่จะเป็นรายจ่ายเพิ่มเติมบ้าง ไม่อยากให้มีเรื่องของการยืมเงินเกิดขึ้นอีก”

บิ๊กอ๊อด กล่าวอีกว่า เวลาไปประชุมกับสโมสรต่างๆ ก็มีการถามว่าถ้าเลือกแล้วจะได้เงินสนับสนุนเพิ่มขึ้นไหม ซึ่งก็บอกทุกคนว่าไม่สามารถบอกได้เรื่องนี้ เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะมีเงินเพิ่มมามากแค่ไหนจากลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทย ทุกคนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าจำนวนเงินมันเพิ่มมาแค่ไหน ใครจะได้เพิ่มเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับระดับของทีมเท่านั้นเอง

พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวถึงการทำงาน 4 ปีที่ผ่านมาว่า การวิจารณ์ของแฟนบอลนั้นเข้าใจได้ แต่พวกที่วิจารณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคายหรือข้อมูลไม่ชัดเจนมันก็ทำให้รู้สึกผิดหวัง เพราะที่เข้ามาเพื่อตั้งใจทำสิ่งที่ดีให้กับวงการฟุตบอลไทย ถ้ามองด้วยใจเป็นธรรม ถือว่าตัวเองนั้นทำงานได้ดี ใครที่จะเข้ามารับงานต่อก็จะดำเนินต่อไปได้ด้วยระบบที่วางไว้

“หลายคนบอกว่าต้องพาฟุตบอลไทยเป็นแชมป์ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่าเพิ่งเข้ามา 3-4 ปี สมาคมฯ ได้ทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนคือการวางพื้นฐานเพื่ออนาคต ไม่ใช่ทำแบบลวกๆ เพราะมันจะพังลงมาได้เร็ว อย่างตอนนี้ก็จะมีศูนย์ฝึกแห่งชาติแล้ว ก็จะเป็นรากฐานสำคัญให้กับวงการฟุตบอลไทยต่อไป”

ทั้งนี้ การประชุมใหญ่พิเศษเพื่อการเลือกตั้งของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กำหนดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เวลา 13.00-15.00 น. ที่โรงแรมอัลมีรอซ ถนนรามคำแหง เปิดลงทะเบียนจนถึง 12.59 น. หากสมาชิกจะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้ง ไม่ว่าตำแหน่งนายก, อุปนายก หรือกรรมการกลาง ให้แจ้งไปยังบุคคลนั้น เพื่อยื่นใบสมัครพร้อมใบเสนอชื่อและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ต่อสำนักเลขาธิการ ภายในวันที่ 7-10 มกราคม พ.ศ.2563

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทั่วโลกร่วมฉลองต้อนรับปีใหม่ 2020 (ภาพชุด)
บทความถัดไป‘ยิ่งลักษณ์’ อวยพรปีใหม่ชาวไทย ขอให้เป็นปีที่สดใส-กิจการเจริญรุ่งเรือง