เปิด5เงื่อนไขทัพ ‘ช้างศึกยู23’ กรุยทางเข้าสู่รอบ8ทีมสุดท้าย ศึกชิงแชมป์เอเชีย

หลังจาก “ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พ่าย “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย 1-2 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบแรก กลุ่มเอ นัดที่ 2 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 11 มกราคม ทำให้ผลงาน 2 นัด ทีมไทย มี 3 แต้ม จากการชนะ บาห์เรน 5-0 และแพ้ ออสเตรเลีย 1-2 เป็นรองจ่าฝูงกลุ่ม ตามจ่าฝูง ออสเตรเลีย มี 4 แต้มนั้น

สำหรับเงื่อนไขการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก่อนจะลงแข่งขันนัดสุดท้าย ของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ กับ อิรัก ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. โดยกฏการเข้ารอบจะวัดกันที่ 1.แต้ม 2.เฮดทูเฮด 3.ประตูได้เสีย 4.ประตูได้ 5.แฟร์เพลย์ และ6.จับสลาก

โดยสถานการณ์นัดสุดท้าย หากไทยจะเข้ารอบมีดังนี้
1.หาก ทีมไทย ชนะ อิรัก และผลอีกคู่ ออสเตรเลีย ชนะ บาห์เรน = ทีมชาติไทย จะเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอ
2.หาก ทีมไทย ชนะ อิรัก และผลอีกคู่ เสมอกัน หรือ บาห์เรน ชนะ = ทีมชาติไทย จะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มเอ

3.หาก ทีมไทย เสมอ อิรัก และผลอีกคู่ ออสเตรเลีย ชนะหรือเสมอ บาห์เรน = ทีมชาติไทยจะเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอ
4.หาก ทีมไทย เสมอ อิรัก และผลอีกคู่ บาห์เรน ชนะด้วยสกอร์ไม่ถึง 10 ประตู = ทีมชาติไทย จะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มเอ

5.แต่หาก ทีมไทย แพ้ อิรัก = ตกรอบโดยไม่ต้องดูผลการแข่งขันอีกคู่ทันที

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พบกับ อิรัก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ถ่ายทอดสด ทางช่อง 7 สี ส่วนอีกคู่ ออสเตรเลีย พบ บาห์เรน ที่สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ถ่ายทอดสด ทาง บักกาบู ทีวี

บทความก่อนหน้านี้อาศรมมิวสิก : เวทีดนตรีของไทย เคยเป็นพื้นที่เป้าหมาย วันนี้เหลือแค่เป็นทางผ่าน : โดย สุกรี เจริญสุข
บทความถัดไปสิบล้อ​ขนส่งก๊าซแอลพีจี​ เสียหลักชนรถ 4​ คันรวด​