นายสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรมพลศึกษา ในปี 2563 มีความพยายามที่จะขับเคลื่อนงานด้านกีฬาลงสู่ภาคท้องถิ่นหรือต่างจังหวัดให้มากขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่พลศึกษาได้ขับเคลื่อนในการส่งเสริมให้เยาวชนได้เล่นกีฬา ได้ออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่กีฬาฟุตบอล ต่อไปกรมพลศึกษาต้องทำให้หลากหลายชนิดกีฬาให้มากกว่าปัจจุบัน เพราะเราอยากให้เจ้าหน้าที่พลศึกษามีคุณค่าในสังคมให้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาอาจจะน้อย แต่ว่าต่อไปนี้เจ้าหน้าที่พลศึกษาต้องขับเคลื่อนนโยบายให้กรมพลศึกษาเป็นต้นน้ำ ซึ่งเราจะใช้เจ้าหน้าที่พลศึกษา 954 คนช่วยกันลงมือทำไปอบรม ไปฝึกสอนให้เยาวชนได้เล่นกีฬาได้ออกกำลังกายซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมพลศึกษา เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา เรายกทีมไป จ.ชลบุรี สอนฟุตบอลให้เยาวชน ต่อไปเราจะขยายไปที่วอลเลย์บอล, ตะกร้อ, เทนนิส รวมไปถึงกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งช่วงเดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กนักเรียนทั่วประเทศปิดเทอม เราจะใช้เจ้าหน้าที่พลศึกษาลงไปสอนว่ายน้ำ ทุกอำเภอจะต้องสอนว่ายน้ำ ปี 2563 เราต้องทำให้เด็กไทยว่ายน้ำเป็น 300,000 คนตามเป้าหมายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วางเอาไว้
นายสันติกล่าวต่อว่า หากเราทำได้สำเร็จจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของกรมพลศึกษาที่จะทำให้เด็กไทยไม่จมน้ำเสียชีวิต ขณะเดียวกันเราจะเร่งผลิตอาสาสมัครพัฒนากีฬา (อสก.) ให้ครบ 75,032 หมู่บ้านทั่วประเทศ เราไม่สามารถทำเองได้ คน 300 คนในกรมพลศึกษา รวมกับ เจ้าหน้าที่พลศึกษา 954 คน ทำไม่ได้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากเครือข่ายทั่วประเทศ เราต้องมีพลัง และเราต้องให้พลังกับพวก อสก. ด้วย เช่นให้อุปกรณ์เขา ให้งบประมาณเขา ให้ความรู้พวกเขา ตรงจุดนี้พวกเขาจะเข้ามาเติมเต็มให้ภารกิจของเราลุล่วงไปได้ ดังนั้นในปี 2563 กรมพลศึกษา จะไม่คิดเอง จะให้พื้นที่คิดให้เราว่าพวกเขาอยากได้อะไร อยากจะจัดลักษณะใด เช่นจังหวัดไหนอยากจัดวิ่งก็เสนอโครงการเข้ามาเลย หรืออยากจัดแอโรบิก ก็คิดเข้ามาได้เลย กรมพลศึกษา มีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณ แล้วเราจะมีหน้าที่คอยติดตาม เราอย่ามาทำเองทั้งหมด เราทำไม่ไหว แล้วเราก็ทำได้ไม่ทุกพื้นที่แน่นอน แต่ถ้าอาศัย อสก. ทุกพื้นที่ลงมือทำแล้ว งานก็จะออกมาดี และเป็นไปตามวัตถุประสงค์

