ทุบหม้อข้าว! ส.บอลไทย อัดฉีดละ2ล้าน ‘ช้างศึก’ คว่ำ ‘อิรัก’ เปิดโผเชิ้ตดำจอร์แดนเป่าชี้ชะตา

14.01.20 | 17:16 น.

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งเตรียมลงเตะชี้ชะตาพบกับ อิรัก ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก วันที่ 14 มกราคม เวลา 20.15 น.

ล่าสุดมีรายงานว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ วางเงินรางวัลโบนัสพิเศษสำหรับการลงเล่นรายการนี้ไว้อีกครั้งคือ การยิงประตูได้ 1 ลูก จะทำให้แข้ง 23 ปีของทีมชาติไทยรับลูกละ 2 ล้านบาท และจะต้องชนะเท่านั้น เพื่อความหวังในการผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปของทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว และจะทำให้ทีมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาทันที

ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มอบอัดฉีดให้กับแข้งไทย ลูกละ 2 ล้านบาท ในนัดที่ช้างศึกถล่มชนะ บาห์เรน ไป 5-0 ซึ่งการกดไป 5 ประตู เท่ากับว่าพวกเขาได้ไปทันที 10 ล้านบาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา หรือก่อนเกมพบกับ ออสเตรเลีย 1 วัน

ด้านผู้ตัดสินที่จะลงทำหน้าที่ชี้ชะตาในเกมที่ทีมชาติไทย พบ อิรัก จะเป็น อัดฮัม มัคฮัดเมห์ ผู้ตัดสินจากประเทศจอร์แดน ซึ่งเขาขึ้นเป็นผู้ตัดสินฟีฟ่ามาตั้งแต่ปี 2013 นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ในรายการนี้ไปแล้ว 2 เกม ประกอบด้วย ผู้ตัดสินที่ 4 นัดที่ เกาหลีใต้ ชนะ จีน 1-0 วันที่ 9 มกราคม และผู้ตัดสิน นัดที่ อิหร่าน แพ้ เกาหลีใต้ 1-2 วันที่ 12 มกราคม แจกใบเหลืองไป 4 ใบ

สำหรับเชิ้ตดำชาวจอร์แดนวัย 33 ปี รายนี้ ยังเคยผ่านรายการสำคัญๆอย่าง ยู 20 ชิงแชมป์โลก 2019, เอเชียน คัพ 2019, ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ตลอดจน เอเอฟซี คัพ และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบแบ่งกลุ่ม ถึงรอบรองชนะเลิศ มาตั้งแต่ปี 2014 ถึงปี 2019

Advertisement

ขณะเดียวกันยังเคยเป่าทีมชาติไทย ยู 23 มาแล้ว ในรายการนี้เมื่อปี 2017 เกมแรก กลุ่ม บี ซึ่งแพ้ให้กับ เกาหลีเหนือ ไป 0-1 โดยให้ใบเหลืองกับ พิชา อุทรา ในนาทีที่ 35 พร้อมกันนี้ยังเคยทำหน้าที่ในเกมของ อิรัก ชุดใหญ่ รายการฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย วันที่ 5 กันยายน 2017 ซึ่งเปิดบ้านชนะ ยูเออี 1-0 อีกด้วย

ส่วนผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 และ 2 มาจากประเทศจอร์แดนทั้งหมด นั่นคือ อาห์หมัด อัลโลเล กับ โมฮัมหมัด อัลคาลาฟ ส่วนผู้ตัดสินที่ 4 เป็น เฮ็ตติคานคานนามเค ชิฮานทานทา จากศรีลังกา ส่วนผู้ตัดสิน VAR เป็น มูฮัมหัด ยาฮารี จากสิงคโปร์, ผู้ช่วยผู้ตัดสิน VAR ที่ 1 คือ โควาเลนโค วาเลนติน (อุซเบกิสถาน) และผู้ช่วยผู้ตัดสิน VAR ที่ 2 คือ โค ฮยุง จิน (เกาหลีใต้)

อีกคู่ที่จะคิกออฟพร้อมกันเวลา 20.15 น. ณ สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ระหว่าง ออสเตรเลีย พบ บาห์เรน นั่นคือ โมฮัมเหม็ด อับดุลลาห์ ฮัสสัน จาก สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งยังไม่เคยทำหน้าที่ใน ศึกเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยส์ชิพ 2020 รอบสุดท้าย แม้แต่นัดเดียวอีกด้วย

สำหรับกฏการผ่านเข้ารอบ ทีมชาติไทย เวลานี่มี 3 คะแนน ขณะที่ อิรัก มี 2 แต้ม ฉะนั้น “ช้างศึก” สามารถเล่นได้ ชนะ หรือ เสมอ เท่านั้นจะทำให้พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ในการทะยานผ่านเข้าสู่รอบสองครั้งแรกใน 4 ปี ที่ลงเล่นรอบสุดท้าย แต่ถ้าแพ้ พวกเขาจะตกรอบเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ในรอบ 6 ปี ที่เข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายอีกด้วย ส่วนจ่าฝูงอย่าง ออสเตรเลีย ที่มี 4 แต้ม ถ้าชนะหรือเสมอ บาห์เรน จะการันตีการเข้ารอบทันที