‘นิชิโนะ’ เฉลยแผนส่ง ‘เบน เดวิส’ ยืนฟอลส์ไนน์ ชม ‘ทิตาธร’ ผู้สืบทอดแบ๊กซ้าย ‘ธีราทร’

หลังจากที่ทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ยันเสมอ อิรัก 1-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก เมื่อวันที่ 14 มกราคม ทำให้ทีมชาติไทย ลงเตะ 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 4 แต้ม คว้าอันดับ 2 ของกลุ่มเอ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนั้น

ภายหลังจบเกม อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทย ชาวญี่ปุ่น วัย 64 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่เริ่มเก็บตัวจนถึงตอนนี้ ทั้งนักเตะ และสต๊าฟโค้ชทุ่มเทเต็มที่ จนมาถึงจุดที่ทีมก้าวอีกระดับไปสู่รอบต่อไปได้ ขณะที่การจัดทีมเกมนี้เห็นว่า จาก 2 นัดแรกที่ผ่านมา นักเตะเริ่มมีอาการล้า จึงติดสินใจส่งผู้เล่นสำรองลงสนาม ซึ่งในการฝึกซ้อมทุกคนทำได้ดี โดยได้บอกทุกคนว่า ไม่ต้องเกรงกลัว มีสมาธิ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่จะเป็นช่วงตัดสินเกม และท้ายที่สุดก็สามารถยันเสมอเอาไว้ได้

กุนซือชาวญี่ปุ่นกล่าวอีกว่า สำหรับแนวรุกที่ส่ง “ยิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และเบนจามิน เจมส์ เดวิส ลงตัวจริงนั้น ทั้งคู่มีเซนต์บอลตรงกัน รวมทั้งมีการครองบอล เก็บบอลได้ดี โดยสำหรับ เบน เดวิส ตอนแรกเขาไม่พร้อม เพราะช่วงเช้ามีอาการเจ็บคอ ไม่สบาย และช่วงกลางวันก็ไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย แต่ก็ตัดสินใจส่งเขาลงในตำแหน่งฟอลส์ เพราะในการซ้อมเขาทำได้ดี ทั้งการครองบอล ขยับเคลื่อนที่หาตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่น่าทดลอง ส่วนครึ่งหลังเขามีใบเหลืองติดตัว จึงตัดสินใจเปลี่ยนออก เพราะกลัวจะโดนเหลืองสองเป็นใบแดง

“ในรอบต่อไปแม้ยังไม่รู้ว่าจะเจอทีมใด แต่ทีมไทยในฐานะเจ้าภาพจะได้เปรียบ พักมากกว่า 1 วัน ดังนั้นช่วงนี้จะเร่งฟื้นฟูสภาพร่างการ และจิตใจให้กลับมาพร้อมตามเดิม รวมทั้งผู้เล่นตัวหลักที่ได้พักในเกมนี้ร่างกายก็น่าจะสดชื่นขึ้น ส่วนสไตล์การเล่นก็คงจะไม่เปลี่ยนจากเดิมคือ การเล่นบอลกับพื้น เน้นการเคลื่อนที่ และการเข้าทำที่รวดเร็ว ด้านเกมรับยังถือเป็นจุดอ่อนที่ปรับแก้ได้ไม่ง่าย และกำลังพยายายามช่วยกันปรับแก้ให้ดีขึ้นมา”

นิชิโนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับฟอร์มการเล่นของ “โชแปง” ทิตาธร อักษรศรี เขามีรูปร่างดี และมีการเล่นที่เหมาะสำหรับตำแหน่งแบ๊กซ้าย เหลือเพียงปรับแก้จุดอ่อนเกมรับ เชื่อว่าเขามีศัยภาพพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต และอยากให้เขาวาดฝันตัวเองให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กับทีมชุดใหญ่ในอนาคต

นอกจากนี้ นิชิโนะ กล่าวในตอนท้ายว่า จากกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ยังยืนยันคำเดิมว่า ความเข้าใจของนักเตะยังเหมือนเดิม เพียงแต่ในซีเกมส์เป็นความผิดของตัวเองที่มารู้จักนักเตะช้าเกินไป รวมทั้งต้องเตะหญ้าเทียมแบบวันเว้นวัน ทำให้ผลงานออกมาไม่ดี ส่วนอนาคตอยากให้ทีมไทยสู้กับทีมระดับเหนือกว่า เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพราะแข้งไทยยังขาดประสบการณ์เล่นกับทีมที่เหนือกว่า รวมทั้งทีมชุดยู23ไทยที่หลังจบทัวร์นาเมนต์นี้ก็จะต้องหาเกมกับทีมที่เหนือกว่าให้มากขึ้น

สำหรับในรอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย จะผ่านเข้าไปรอพบกับทีมอันดับ 1 ของกลุ่มบี ซึ่งยังมีลุ้นกันทั้ง 3 ทีมจากตะวันออกกลาง คือ ซีเรีย, ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ โดยโปรแกรมในรอบต่อไป ทีมไทย จะลงเตะที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันที่ 18 มกราคม เวลา 17.15 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โค้ช ‘อิรัก’ บ่นเชิ้ตดำดู ‘วีเออาร์’ นานทำเกมเสีย ยก ‘ไทย’ เล่นดี
บทความถัดไปโชว์เหลี่ยมเทพ! ‘เพชรสมาน’ รัวออกอาวุธไล่ต้อนชนะคะแนน ‘ปืนกล’ ขาดลอย ศึกเพชรเกียรติเพชร