‘ตราไก่’ พลิกแซง ‘ยักษ์เขียว’ 2-1 ฉลุย 8 ทีมสุดท้าย

26.06.16 | 19:11 น.

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เข้าสู่การแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 2 โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 3 คู่ ซึ่งคู่แรกเป็นการแข่งขันระหว่าง “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจ้าภาพ พบกับ “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ ที่ สต๊าด เดอ ลียง

ฝรั่งเศสเข้ารอบมาในฐานะแชมป์ของกลุ่มเอ ลงสนาม 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 ส่วนไอร์แลนด์ พลิกสถานการณ์จากการมีแต้มเดียวใน 2 เกมแรก มาเอาชนะอิตาลี ในเกมสุดท้าย 1-0 คว้าตั๋วรอบ 16 ทีมใบสุดท้ายมาครองได้สำเร็จ

เกมคู่นี้มีเบื้องหลังคือในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เกมเพลย์ออฟของทั้งสองทีม ซึ่ง เธียร์รี่ อองรี ใช้มือปัดก่อนจะทำประตูชัยให้ทีมคว้าโควต้าไปแอฟริกาใต้ใบสุดท้ายไปได้ โดยที่สถิติการเจอกันของสองทีมนี้ พบกันมา ทั้งหมด 16 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะ 6 เสมอ 6 และไอร์แลนด์ชนะ 4 ครั้ง

ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องป์ กุนซือทีมตราไก่ กลับมาใช้ผู้เล่นตัวหลักอีกครั้ง หลังพักไปในเกมสุดท้ายของรอบแรก นำทีมโดย อูโก้ โยริส นายทวารกัปตันทีม แผงหลัง ปาทริซ เอวร่า, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, อาดิล รามี่, บาการี่ ซาญ่า กองกลาง เบลส มาตุยดี้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป๊อกบา แนวรุก อ็องตวน กรีซมันน์, ดิมิทรี ปาเยต, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ส่วนทางด้าน มาร์ติน โอนีล เฮดโค้ชของไอร์แลนด์ มีดาร์เรน แรนดอล์ฟเป็นนายทวาร กองหลัง ซีมุส โคลแมน, ริชาร์ด เคออกห์, เชน ดัฟฟี่, สตีเฟ่น วอร์ด กองกลาง เจมส์ แม็คคาร์ธี่, เจมส์ แม็คคลีน, เจฟฟ์ เฮนดริค, ร็อบบี้ เบรดี้ คู่หน้า ดารีล เมอร์ฟี่ และเชน ลอง

Advertisement

เริ่มมาเพียงแค่ 2 นาที ไอร์แลนด์ได้จุดโทษอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ป๊อกบาไปขัดขาเชน ลอง จากด้านหลัง ร็อบบี้ เบรดี้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เป็นประตูขึ้นนำให้ไอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0

ฝรั่งเศสเริ่มเปิดเกมบุกทันที และในนาทีที่ 7 มาได้ฟรีคิกมุมซ้ายของเขตโทษ ปาเยต ลงยิงดู แต่ยังตรงตัวของ แรนดอล์ฟ

เจ้าภาพยังเป็นฝ่ายที่ครองบอลบุกอย่างต่อเนื่อง ได้ฟรีคิกอีกครั้ง ปาเยตเปิดให้กรีซมันน์ ได้โหม่ง แต่ยังเข้ามือของแรนดอล์ฟ

607758111_LG_3281_D0F62F2F3A4F9D88F0892ABD43C139ED_3468

ไอร์แลนด์ได้เกิดเกมบุกขึ้นมาบ้าง เมอร์ฟี่ ได้วอลเลย์ในกรอบเขตโทษ แต่โยริสยังพุ่งปัดไว้ได้

นาทีที่ 27 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปทำฟาล์วใส่ แม็คคลีน โดนใบเหลืองเป็นคนแรก และถ้าหากผ่านเข้ารอบได้ จะไม่สามารถลงเล่นนัดต่อไปได้เนื่องจากสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ

607758111_LG_3357_1BEF5D222C814F54F6A6EBDB9E717A0F_3468

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 ไอร์แลนด์ได้ฟรีคิก เบรดี้ เปิดให้ดัฟฟี่ ได้โหม่ง แต่หลุดเสาออกไปนิดเดียว

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ฝรั่งเศสมีโอกาส 2-3 ครั้งจากปาเยต และกรีซมันน์ แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ ถูกกองหลังไอร์แลนด์ช่วยกันสกัดออกมาได้ จบครึ่งแรกไอร์แลนด์นำฝรั่งเศสอยู่ 1-0

เริ่มครึ่่งหลังฝรั่งเศสเปลี่ยนตัวทันที ส่ง คิงส์ลีย์ โกม็อง ลงมาแทนที่ของก็องเต้

นาทีที่ 47 ฝรั่งเศสได้ฟรีคิก ปาเยตเปิดเข้ามาให้ป็อกบา โขกเปลี่ยนทางไปให้กอสเซียลนี่ พุ่งไปโหม่งซ้ำ แต่โดนบอลเพียงแฉลบๆ ออกไป

นาทีที่ 52 ไอร์แลนด์ได้จังหวะบ้างจากจังหวะเปิดจากด้านข้างของดัฟฟี่ แต่โยริสยังพุ่งออกมาปัดไว้ได้

นาทีที่ 55 ฝรั่งเศสมีโอกาสงามๆ จากการยิงไกลของมาตุยดี้ แต่แรนดอล์ฟยังพุ่งปัดออกไปได้

FBL-EURO-2016-MATCH40-FRA-IRL

ถัดมา 3 นาที ฝรั่งเศสตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ซานญ่า ได้บอลทางด้านขวา ก่อนบรรจงเปิดให้กรีซมันน์โหม่งเต็มๆ เข้าประตูไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

แล้วนาทีที่ 61 ฝรั่งเศสก็ได้ประตูออกนำสำเร็จ จากจังหวะที่รามี่วางยาวจาแดนหลัง ให้ชิรูด์โหม่งชงให้กรีซมันน์ หลุดไปซัดเหน่งๆ ให้ทีมพลิกขึ้นมานำ 2-1

607758111_LG_3835_CECC4DE562E7CDECC715C28B426BB685_3468

นาทีที่ 65 ไอร์แลนด์เปลี่ยนโจนาธาน วอลเตอร์สลงแทนเมอร์ฟี่ แต่นาทีถัดมาสถานการณ์ของไอร์แลนด์ย่ำแย่ลง เมื่อเชน ดัฟฟี่ สกัดกรีซมันน์ ซึ่งเป็นคนสุดท้าย ทำให้ถูกใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามทันที

607758111_LG_9799_77C04DD9EE4A43542B842374A3D56730_3468

ไอร์แลนด์เปลี่ยน 2 คนสุดท้ายส่ง จอห์น โอเชีย ลงมาแทนแม็คคลีน และ เวส ฮูลาฮาน ลงมาแทน เจมส์ แม็คคาร์ธี่

ด้านฝรั่งเศสเปลี่ยน อองเดร-ปิแอร์ ชินญัก ลงมาแทน ชิรูด์

FBL-EURO-2016-MATCH40-FRA-IRL

ฝรั่งเศสที่ตัวผู้เล่นมากกว่า หันมาเน้นการครองบอล ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมฝรั่งเศสเอาชนะไอร์แลนด์ 2-1 เป็นการเก็บชัยชนะในฟุตบอลยูโร รอบน็อคเอาท์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นัดชิงชนะเลิศปี 2000 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่างอังกฤษกับไอซ์แลนด์

FBL-EURO-2016-MATCH40-FRA-IRL