‘บังยี’ โต้โดนตัดสิทธิชิงนายกบอลไทยไม่เป็นธรรม แฉกลับ ‘บิ๊กอ๊อด’ ลุยฟ้อง ‘กกท.-เอเอฟซี-ฟีฟ่า’

“บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกรณีถูกตัดสิทธิการสมัครลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หลังจากขาดคุณสมบัติ ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอรีน พระรามเก้า เมื่อวันที่ 21 มกราคม

นายวรวีร์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไปกว่า 4 ปี ซึ่งสาเหตุที่กลับมา เพราะว่าต้องการกอบกู้วงการฟุตบอลที่ปัจจุบันสถานการณ์ตกต่ำ โดยเฉพาะลีกอาชีพระดับภูมิภาค และทีมชาติไทยทุกรุ่นอายุที่ไม่ประสบความสำเร็จ

บังยี กล่าวว่า ส่วนกรณีที่โดนสำนักเลขาธิการ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แจ้งมาว่าขาดคุณสมบัติในการสมัครลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ นั้น ขอชี้แจงว่า ข้อบังคับที่ระบุว่า ห้ามผู้ที่ถูกสมาคมฯฟ้องลงสมัคร แต่ข้อนี้ขัดกับ พ.ร.บ.กีฬา ที่ระบุว่า คดีต้องถึงที่สุดก่อน และคดีของตนเองก็ยังไม่ถึงที่สุด อีกข้อเรื่องที่โดนฟีฟ่าลงโทษนั้น ศาลกีฬาโลกได้ตัดสินพิพากษาให้พ้นโทษแบน และเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว

“การตัดสิทธิผมจาก 2 ข้อนี้ไม่เป็นธรรม ผมจึงร้องไปยัง ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งท่านก็รับเรื่อง และจะรีบดำเนินการให้ รวมทั้งยื่นฟ้องให้ตัดสิทธิ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ลงสมัครชิงตำแหน่งเช่นกัน เนื่องจากทำความเสียหายให้กับสมาคมฯ จากคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญหาให้จ่ายเงินชดใช้ให้กับ บริษัท สยามสปอร์ต 50 ล้านบาท ซึ่งผิดข้อบังคับชัดเจน”

บังยีกล่าวอีกว่า สำหรับคนพิจารณาในการตัดสิทธิตนนั้นเป็นเลขาธิการสมาคมฯ ซึ่งถูกแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ได้ไปยื่นฟ้องต่อเอเอฟซี เรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นในสมาคมฯ แล้วด้วย ทั้งเรื่องการทุจริตประมูลสิทธิประโยชน์กับ บริษัท แพลนบี ที่ไม่ได้มีการวางหนังสือค้ำประกันรายได้จำนวน 510 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเรื่องนี้จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลไทยด้วย

ส่วนกรณีที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯเตรียมฟ้องกรณีที่นายวรวีร์ละเลยหน้าที่ในการจ่ายภาษีสมัยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯจนมีเบี้ยปรับกว่า 27 ล้านบาทนั้น นายวรวีร์ กล่าวว่า สมัยก่อนตนหารายได้จากสิทธิประโยชน์ และสปอนเซอร์ได้มหาศาล ซึ่งเมื่อมีรายได้ก็จะมีรายจ่าย และภาษี เป็นเรื่องปกติ โดยตรงนี้ตนได้ทิ้งมรดกไว้มากมาย และคิดว่าไม่น่าเป็นเรื่องเสียหายอะไร

“เรื่องภาษีนั้น การจะเสียภาษี เราต้องมีรายได้เข้ามา ซึ่งรายได้หลังสมาคมต้องหาเอาเอง ระยะแรก ในปี 2550 สมาคมมีรายได้ไม่มาก แต่ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว สมาคมชุดใหม่ที่เข้ามาโชคดี เนื่องจากก่อนจะหมดวาระได้เซ็นสัญญาทรู วิชั่น 4,200 ล้านบาท ทิ้งไว้ให้สมาคมชุดใหม่ ดังนั้นเมื่อรายได้มันมากกว่ารายจ่าย ก็ต้องเอารายได้ไปจ่ายภาษีที่ต้องจ่ายนั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมค้างภาษี แต่ผมก็สร้างรายได้ และเป็นรายรับที่มากมายมหาศาล และการที่มากล่าวหาว่าผมและคณะ ไม่เสียภาษี มีใครมาออกเงินส่วนตัวจ่าวหรือไม่ เงินที่จ่ายก็เป็นสิทธิประโยชน์ที่พวกผมทำไว้ให้ทั้งนั้น”

นอกจากนี้ นายวรวีร์ ยังเปิดเอกสารชี้แจง กรณี พล.ต.อ.สมยศ แตกหักกับ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก อดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดย นายวรวีร์ กล่าวว่า ช่วงนั้น “บิ๊กเจี๊ยบ” ได้มีการเปิดเผยข้อมูลการธุจริตของสมาคมกีฬาฟุตบอลหลายเรื่อง ซึ่งตามข้อบังคับสโมสรสมาชิกสามารถรวมเสียง 1 ใน 5 เพื่อขอร่วมลงชื่อตรวจสอบสมาคมได้ ซึ่ง พล.ต.อ.สมยศ กับ นายกรวีร์ ได้เรียกสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงมติในที่ประชุมใหญ่บางสโมสรไปร่วมงานเลียง และมอบเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ ที่สั่งจ่ายโดยสมาคมกีฬาฟุตบอล จำนวนเงินรายละ 150,000 บาท และ 100,000 บาท ซึ่งผิดข้อบังคับการใช้เงินไม่เป็นธรรมกับสมาชิกที่ได้รับ

บังยี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง พล.ต.อ.สมยศ เคยบอกไว้ก่อนเลือกตั้งครั้งก่อนว่าจะให้เงินสนับสนุนทีมระดับภูมิภาค แต่ก็ผิดสัญญา จนผ่านมา 4 ปีจนถึงตอนนี้เพิ่งนำเงินมาแจกจ่ายรวม 1 ล้านบาทต่อทีม ซึ่งทำไมถึงมาให้ตอนช่วงใกล้เลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังมีเงินจากฟีฟ่าที่ให้เป็นเงินเดือนของเลขาธิการสมาคมฯ ทำงานเต็มเวลา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ด้วย ทำให้ถือว่าไม่ได้ทำงานเต็มเวลา และผิดจริยธรรมร้ายแรงเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นเงินจากฟีฟ่า ซึ่งตนจะร้องเรียนไปยังเอเอฟซี และฟีฟ่าต่อไป

“โดยสรุปผมได้ร้องเรียนไปยังเอเอฟซี และ กกท.ถึงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมา แต่มีสำนักเลขาธิการที่ถูกแต่งตั้งมาโดยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ของ พล.ต.อ.สมยศ” นายวรวีร์กล่าว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนั้น นายบารมี สอนรักษ์ บุตรชายคนที่ 2 ของ พล.ต.จิตร สอนรักษ์ ได้ยื่นหนังสือทาบทามนายวรวีร์ให้เป็นที่ปรึกษาการจัดตั้ง “ดรีมทีมลีก” เพื่อให้สโมสรสมาชิกถอดถอนรายชื่อจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มาจัดตั้งลีกใหม่ เพื่อดูแลผลประโยชน์กันเอง และเรื่อง “นิวดรีมทีม บาย ซิโก้” ที่มีนายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศรราม-ติ๊ก’ เมินกระแสดราม่าเงินหาย ส่งหัวใจหวานชื่น ‘ความรักชนะทุกอย่าง’
บทความถัดไปสองตายาย ผงะ! นั่งกินข้าวเหลือบเห็น ‘พญาจงอาง’ ยาว 5 เมตร เลื้อยมาขดเสากลางบ้าน